เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ต.ท.อดุลย์ ดอกพวง รอง ผกก.สส.สน.บางมด พร้อม พ.ต.ต.พัฐกร ปิยธิติภูวดล สว.สส. ร.ต.อ.สมพล บุญพา รอง สว.สส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางมด ไปซุ่มสังเกตการณ์บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 43/163 ซอยจอมทอง 5 แขวงและเขตจอมทอง ภายหลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย มาจอดทิ้งไว้นานเกือบ 1 เดือน โดยมีวัยรุ่นแวะเวียนกันมาเปิดรถและเปิดใต้เบาะรถจักรยานยนต์เอาสิ่งของออกไปทั้งวัน คาดว่าจะมียาเสพติดอยู่ภายในรถ เมื่อไปถึงพบรถยนต์นั่งแบบเอสยูวี ยี่ห้ออีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 1 กย3110 กรุงเทพมหานคร สภาพติดฟิล์มดำทึบมองไม่เห็นภายใน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่นั้น พบนายอนิวัติ พรรณขาม อายุ 20 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีแดงดำ ทะเบียน 5 กผ 2899 กรุงเทพมหานคร เข้ามาจอดใกล้กับรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ภายในตัวพบยาเคน้ำหนักประมาณ 10 กรัม ใต้เบาะรถพบยาบ้าประมาณ 18,000 เม็ด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายอนิวัติ ให้การว่า รับจ้างจากชายไม่ทราบชื่อ รู้จักกันผ่านน้องที่อยู่ใกล้บ้านติดต่อกันผ่านทางไลน์ ปลายสายใช้ชื่อว่า “แม่ทัพใหญ่” ให้ตนมาเอายาภายในรถคันนี้ไปส่งให้กับลูกค้าย่านจอมทอง ได้ค่าแรงครั้งละ 2,000 บาท ทำมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งจะมีคนขี่รถจักรยานยนต์มากดรีโมทเปิดรถให้ ตนหยิบยาตามจำนวนที่สั่งแล้วรีบไปส่งตามสถานที่นัดหมาย ส่วนมากจะมาเอาครั้งละประมาณ 20,000 เม็ด

ทั้งนี้ นายอนิวัต เคยมีประวัติครอบครองยาเค เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางมด จับกุมเมื่อปลายปี 2560 ช่วงนี้อยู่ระหว่างการประกันตัว เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ ปปส.ให้มาร่วมตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว เมื่อเปิดประตูเข้าไปเจ้าหน้าที่ถึงกับผงะกับกลิ่นยาบ้าคลุ้งรุนแรง ภายในรถถอดเบาะหลังออกทั้งหมดเหลือแต่เพียงคู่หน้า บนพื้นช่วงที่ถูกถอดเบาะออก พบยาบ้า 8,000 เม็ด ยาเคประมาณ 2 กิโลกรัม และยังพบกระดาษห่อยาบ้าที่ถูกแกะแล้วจำนวนมาก ซองพลาสติกสีดำสำหรับแบ่งใส่ยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวสอบหมายเลขทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าว พบว่าใช้หมายเลขทะเบียนปลอม ถูกใบสั่งในข้อหาต่างๆ รวม 5 ใบ ในจ.ปทุมธานีและนนทบุรี ส่วนรถจักรยานยนต์อีกคันคือ ยี่ห้อยามาฮ่า เอ็นแม็กสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่ในที่จอดรถจักรยานยนต์ของโรงงานแห่งหนึ่ง ห่างจากจุดแรกประมาณ 30 เมตร จากการตรวจใต้เบาะพบยาบ้าประมาณ 20,000 เม็ด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.ต.พัฐกร กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านดูแลใกล้เคียงพบว่ารถทั้งสองคันถูกนำมาจอดนานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว โดยไม่ทราบว่าเจ้าของเป็นใครและมีวัยรุ่นท่าทางต้องสงสัยมาเปิดรถเอาของอยู่เป็นประจำแบบไม่ซ้ำหน้า เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบลายนิ้วมือบนตัวรถและภายในรถ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่จับภาพคนร้ายไว้ได้หลายคน ก่อนจะสืบสวนขยายผลจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

