เมื่อเวลา 13.00น.วันที่ 7 มีนาคม พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) กล่าวว่า ล่าสุดได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษจากพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม ในฐานะผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ เชื่อว่าจะสามารถใช้ดำเนินคดีกับพล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ช่วยราชการศปก.ตร.ได้ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะลงบันทึกประจำวัน รับเป็นเลขคดี และเรียกพล.ต.ต.สุทธิ มาสอบปากคำ รวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาชี้มูลความผิดโดยเร็วที่สุด และป.ป.ช. จะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ก่อนชี้มูลความผิดมาที่พนักงานสอบสวน
ผบก.ปปป.กล่าวว่า ส่วนตำรวจอีก 2 นาย ที่มีคำสั่งให้มาช่วยราชการ ที่กองบังคับการปราบปรามก่อนหน้านี้ จะทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชา ในการกันไว้เป็นพยาน โดยจากข้อมูลล่าสุดพบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าภายในเอกสารสำนวนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ มีลายเซ็นหรือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ตกค้างอยู่บนสำนวนหรือไม่ หากพบว่ามี ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกันพยานไว้ประกอบในสำนวนคดี แต่หากไม่พบ ก็มีความจำเป็นต้องกันพยานไว้ ส่วนจะกันไว้กี่คน ยังต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีก่อน
ผบก.ปปป.กล่าวด้วยว่าพฤติการณ์ของผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรี จะตรงกับข้อมูลภายในเอกสารลับ 4 หน้า ที่ถูกเผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้บางส่วน ในคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนสอบสวน ได้มากกว่าเอกสารที่ถูกเปิดเผยออกมา แต่ยังไม่สามารถเปิดรายละเอียดได้ จากการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีการสั่งให้เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในคดี เช่น สถานที่เกิดเหตุ วันเกิดเหตุ ส่วนรายละเอียดนอกจากนี้เป็นเรื่องในสำนวน ส่วนการต่อสู้คดีของผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี จะมีการต่อสู้คดีเช่นบุคคลทั่วไปก็สามารถทำได้ ซึ่งไม่เป็นห่วงการต่อสู้ดังกล่าว ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของพนักงานสอบสวน ถึงจะมีความรู้ในเรื่องกฎหมายก็ใช่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใช่ว่าจะไม่ผิด โดยในวันพรุ่งนี้จะเรียกร.ต.อ. 1 นาย และพ.ต.ท. 1 นาย มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม ในประเด็นที่เจ้าหน้าที่ยังสงสัย
พล.ต.ต. ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายที่เข้ามาช่วยราชการก่อนหน้านี้ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวกับพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว เนื่องจากได้สั่งการให้ทั้ง 2 นาย ไปทำหน้าที่อื่น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดี ส่วนก่อนหน้านี้ที่ตำรวจทั้ง 2 นาย มีความเครียดเป็นอย่างมากในระหว่างถูกควบคุมตัว ล่าสุดได้รับการรายงานว่าทั้งคู่มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ได้มีการสั่งให้จับตาดูเป็นพิเศษ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งการดังกล่าว ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวลือว่ามีการข่มขู่พยานที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง 2 นาย ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานรวมถึงการข่มขู่พยานคนอื่นๆในคดีนี้

