ศาลเเขวงดุสิตเลื่อนอ่านฎีกา คดีฉ้อโกงซื้อที่ดินสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน 30พ.ค.

7.03.18 | 14:34 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ศาลแขวงดุสิต ซ.สีคาม ถ.นครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฉ้อโกงซื้อที่ดินและสัญญาสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน สมุทรปราการ ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 1.กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี(NVPSKG) 2.บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 3.นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 4.บริษัทประยูรวิศว์การช่าง 5.นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัทประยูรวิศว์การช่าง 6.บริษัทสี่แสงการโยธา(1979) 7.นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา 8.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ 9.นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์ 10.บริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ 11.นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ 12.บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ 13.นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ 14.นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ 15.นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ 16.บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ 17.นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ 18.นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และ 19.นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นจำเลยที่ 1 – 19 ในความผิดฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินนั้นกลับเป็นกลุ่มบริษัทจัดหามาแล้ว ที่ดินนั้นเป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน และฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท

คดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ศาลพิพากษายกฟ้องในส่วนของกิจการร่วมค้า NVPSKG จำเลยที่ 1 และสั่งประทับรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่ 2-19 จึงเหลือจำเลยที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษารวม 18 ราย

โดยเมื่อเวลา 12.30 น.ศาลได้มีคำสั่งเลื่อนนัดการอ่านคำพิพากษาฎีกานี้ออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยที่ 11-13 , 15 และ 19 ไม่มาศาล โดยจำเลยบางคนยังไม่ได้รับหมายเพราะเปลี่ยนแปลงที่อยู่ บางส่วนที่อยู่ไม่มีเลขที่ และไฟไหม้ ดังนั้นจึงให้ส่งหมายใหม่ หากไม่มีผู้รับก็ให้ปิดหมายตามที่พักของจำเลยตามทะเบียนราษฎร์

ส่วนการฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยที่ 19 นั้น คือ นายวัฒนา จำเลยที่ 19 ก่อนหน้านี้หนีคดีตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งศาลออกหมายจับไว้อยู่แล้ว นอกจากคดีนี้ฉ้อโกงนี้แล้ว ยังถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุก 10 ปี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2551 ด้วย ฐานใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบ จูงใจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการออกโฉนดที่ดินใน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 1,900 ไร่ ทั้งที่รัฐได้ประกาศหวงห้ามให้ที่บริเวณดังกล่าวใช้เป็นที่ทิ้งขยะมูลฝอย และถนนสาธารณะให้กับ บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.148 แต่ นายวัฒนา ได้หลบหนีคดีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลฎีกาฯ จึงให้ออกหมายจับ เพื่อติดตามนำตัวนายวัฒนา มารับโทษตามคำพิพากษาด้วย ซึ่งคดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี

Advertisement

ทั้งนี้สำหรับคดีฉ้อโกงเดิมศาลแขวงดุสิต ที่เป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 พิพากษาว่าพฤติการณ์ของจำเลยที่ 2-19 เชื่อมโยงมีการแบ่งหน้าที่กันทำกลุ่มหนึ่งเป็นผู้รวบรวมที่ดินนำขายให้แก่โจทก์ อีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ก่อสร้างโครงการ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน โดยทราบดีอยู่แล้วว่าที่ดินดังกล่าวออกโฉนดโดยมิชอบแล้วนำมาขายให้กับโจทก์ใช้ก่อสร้างโครงบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านโดยไม่มีบริษัทผู้เชี่ยวร่วมดำเนินการ มีเจตนาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย นำผลประโยชน์ไปแบ่งปันกัน พยานหลักฐานรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2-19 ร่วมกันกระทำผิดตาม ม.341 ฐานร่วมกันฉ้อโกง อันเป็นความผิดกรรมเดียว

จึงให้จำคุก นายพิษณุ ชวนะนันท์ กก.บ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง , นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กก.บ.ประยูรวิศว์การช่าง , นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กก.บ.สี่แสงการโยธา , นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กก.บ.กรุงธนเอนยิเนียร์ , นายรอยอิศราพร ชุตาภา กก.บ.เกตเวย์ , นายชาลี ชุตาภา กก.บ.คลองด่านมารีนฯ , นายประพาส ตีระสงกรานต์ กก.บ.คลองด่านมารีนฯ , นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กก.บริษัทคลองด่านมารีนฯ ,นางบุญศรี ปิ่นขยัน กก.บ.ปาล์ม บีชฯ และนายกว๊อกวา โอเยง ผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย จำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17,18 , 19 คนละ 3 ปี

ส่วน บ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง , บ.ประยูรวิศว์การช่าง , บ.สี่แสงการโยธา(1979) , บ. กรุงธนเอนยิเนียร์ , บ.เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ , บ. คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ และ บ.ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ จำเลยที่ 2, 4, 6, 8, 10, 12 , 16 ให้ปรับรายละ 6,000 บาท

โดยระหว่างอุทธรณ์คดี จำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17,18 ได้ประกันคนละ 1 ล้านบาท ส่วนนายวัฒนา จำเลยที่ 19 หลบหนีคดีไปก่อน ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกัน

ขณะที่คดีได้อ่านคำตัดสินศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน56 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง เนื่องจากศาลอุทธรณ์ เห็นว่า ช่วงเวลาที่ บริษัทปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 16 ซื้อที่ดิน ยังไม่แน่ชัดว่าโครงการก่อสร้างบำบัดน้ำเสียจะใช้ที่ดินบริเวณ ใดบ้าง โดยกรมควบคุมมลพิษเพิ่งมีโครงการชัดเจนว่าจะใช้ที่ดิน ต.คลองด่านในเดือน กุมภาพันธ์ 39 ดังนั้นพยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า พวกจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือดำเนินการใดๆ ให้คณะกรรมการคัดเลือกของกรมควบคุมมลพิษให้เลือกที่ดินของ บริษัทคลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 12 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2-19 ฟังขึ้น

จนมานัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้เเละคดีก็เลื่อนออกไป