“บก.ปปป.”สอบหัวหน้าวิเชียรคดีเสี่ยเปรมชัย-จ่อออกหมายเรียกเปรมชัยต่อ

7.03.18 | 21:17 น.

จากกรณี นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี เข้าพบเจ้าหน้าที่บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ในคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการปล่อยตัวขณะถูกจับกุม ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผบช.ก.ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ 21/2561 ลงวันที่ 15 ก.พ.61 ให้ดำเนินการสืบสวนคดีดังกล่าว จากนั้น พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป.มอบหมายให้ พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป.และ พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ ผกก.5 บก.ปปป.เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มี.ค.61 พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการ ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผบก.ปปป.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัศฐา จารุกานนท์ ผกก.(สอบสวน) บก.ปทส. รวมทั้ง พ.ต.ท.ประภาส อ่องมะลิ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปทส.และเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย ได้เดินทางไปที่ทำการสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตามที่ได้นัดหมายกับ นายวิเชียร และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นายเปรมชัยและพวก ในประเด็นพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมซึ่งมีทั้งหมด 5 นาย โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมรับฟัง

โดยประเด็นในการสอบปากคำนั้น จะมุ่งเน้นเกี่ยวกับคดีการติดสินบนของ นายเปรมชัย ก สำหรับเรื่องคลิปเสียงเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ นายวิเชียร ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ยอมรับว่าคลิปเสียงการสนทนาตามที่เคยมีสื่อนำออกไปเผยแพร่นั้นถูกลบไปจริง แต่ประเด็นเรื่องคลิปเสียงถูกลบนั้นไม่ใช่ปัญหา หาก นายวิเชียร พร้อมพวกรวม 5 คน ที่เป็นผู้กล่าวหา ยืนยันชัดเจนว่ามีการพยายามติดสินบนกับเจ้าหน้าที่จริง ก็สามารถดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาคือ นายเปรมชัย กรรณสูตร ได้เลย และหาก นายวิเชียร มีหลักฐานอื่นๆ เช่น ภาพถ่ายขณะเจรจากัน มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมก็จะเป็นการดี เพราะพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ นำไปประกอบในสำนวน เพื่อส่งมอบให้กับอัยการ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า ในครั้งนี้ได้สอบสวนเพิ่มเติม นายวิเชียร ในฐานะผู้กล่าวหา เกี่ยวกับคดีให้สินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งเราได้ทำการสอบสวนไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ขณะนั้นการสอบสวนยังไม่ได้รายละเอียดที่ชัดเจนว่ามีคลิปหรือพยานหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ มีการบันทึกเสียงหรือไม่ พยานที่เกิดเหตุที่ร่วมรับฟังว่ามีการให้สินบนอยู่ห่างจากผู้กล่าวหาและผู้ต้องหาระยะเท่าใด จึงต้องมาจำลองเหตุการณ์ประกอบแผนเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุว่ามีการพูดคุยกันอยู่ตรงไหน เพราะหากไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือคลิปเสียงก็จะใช้พยานบุคคล ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ เพราะหากคดีนี้มีการให้สินบนจริง ก็จะไปเอื้อประโยชน์กับคดีแรกที่ว่ามีการล่าสัตว์ป่าจริง เพราะเมื่อผู้ต้องหากระทำผิดก็จึงมีการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ ดังนั้นสองคดีนี้จะเอื้อคดีกัน ดังนั้นวันนี้จึงมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งได้นัดเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไว้ทั้งหมด 5 นาย เพื่อให้ได้รายละเอียดมากที่สุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน สำหรับพยานหลักฐานในคดีนี้จะให้น้ำหนักพยานบุคคลเป็นสำคัญ ซึ่งคลิปที่ปรากฏ เป็นเสียงของ นายยงค์ โดดเครือ กับเจ้าพนักงานป่าไม้ชื่อ นายกิตติ และไม่รู้ว่า การพูดคุยดังกล่าวเกิดขึ้นในที่เกิดเหตุหรือที่สำนักงานเขตฯ ดังนั้นจึงต้องหารายละเอียดให้ชัดเจน ส่วนของ นายเปรมชัย ก็จะต้องให้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่ได้ทำการสอบปากคำ นายเปรมชัย ในประเด็นนี้แต่อย่างใด เพราะหลังจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ป่าไม้วันนี้แล้วก็จะประชุมคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งมีทั้งกองปราบ และ ปอท. ในเรื่องการเก็บข้อมูลการสื่อสาร พร้อมกับนำโทรศัพท์ไปตรวจสอบว่า คลิปยังอยู่และทำการกู้ข้อมูลได้หรือไม่ เผื่อจะมีรายละเอียดสำคัญ เพื่อที่จะประชุมอีกครั้งว่า จะออกหมายเรียก นายเปรมชัย ได้เมื่อไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 8 มี.ค.61 นายวิเชียร จะเดินทางไปให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐม คาดว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง.ผบ.ตร.จะเดินทางมาพบและร่วมสอบปากคำในครั้งนี้ด้วยเพื่อความรวดเร็วของคดี

Advertisement