บอร์ด ป.ป.ท.ตั้งอนุฯไต่สวน 5 จังหวัด โกงเงินศูนย์ไร้ที่พึ่งฯ พบ 25 ราย เอี่ยวทุจริต

8.03.18 | 14:14 น.

พบแล้ว 28 จังหวัด โกงเงินศูนย์ไร้ที่พึ่งฯ  บอร์ด ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวน 5 จังหวัด เบื้องต้นพบ 25 ราย เอี่ยวทุจริต

เมื่อเวลา 10 .00 น. วันที่ 8 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท. )  นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ท.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท. โดยมีวาระการพิจารณา เรื่องการตรวจสอบการทุจริตเงินช่วยเหลือศูนแะย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพื่อเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง 5 จังหวัด เพิ่มเติมประกอบด้วย หนองคาย บึงกาฬ ตราด น่าน และสุราษฎร์ธานี จากเดิมที่มีการแต่งตั้งอนุกรรมการตรวจสอบก่อนหน้านี้ 2 จังหวัดคือจังหวัดขอนแก่น และเชียงใหม่

พล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมงว่า ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจำนวน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.บังกาฬ จ.หนองคาย จ.น่าน จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ตราด หลังพบว่ามีการปลอมลายมือชื่อ เบิกจ่ายเงินไม่ครบตามความจริง มีการสวมสิทธิผู้ไร้ที่พึ่ง ซึ่งเข้าข่ายความผิดในมาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ถัดมามาตรา 161 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อ ความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น และมาตรา 162 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือ กรอกข้อความลงในเอกสาร รวม 4 ข้อหา ซึ่งใน 5 จังหวัดดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ระดับผอ.ศูนย์ฯ 5 ราย และเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ลูกจ้าง พนักงาน คนนอก รวมแล้ว 25 ราย เข้ามาเกี่ยวข้องการทุจริตด้วย และอาจมีการใช้กฎหมาย ปปช.มาตรา 123/1 มาดำเนินการกับผู้กระทำผิดร่วมเช่นกัน

พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวอีกว่า จะเชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)มาร่วมตรวจสอบประสานข้อมูลในการทำงานร่วมกันด้วย ขณะเดียวกันตอนนี้อยู่ระหว่างลงพื้นที่เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานและพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินอีกกว่า 21 จังหวัดแล้ว ประกอบด้วย 1.จ.พระนครศรีอยุธยา 2.สระบุรี 3.กระบี่ 4.ตรัง 5.สงขลา 6.นราธิวาส 7.ยะลา 8.พัทลุง 9.อุดรธานี 10.ร้อยเอ็ด11.นครราชสีมา 12.สุรินทร์ 13.บุรีรัมย์ 14.ชัยภูมิ 15.ยโสธร 16.ลำพูน 17.ลำปาง 18.เชียงราย 19.พิษณุโลก 20.สระแก้ว 21.อ่างทอง ปัจจุบันพบว่ามีการทุจริตงบประมาณรวมแล้ว 28 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการตรวจสอบงบประมาณปี 2560 และอาจมีการตรวจสอบงบประมาณย้อนหลังไปถึงปี 2558 ย้อนหลังอีกหากพบความเชื่อมโยง

พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์นั้นได้แก่ 1.มีการนำชื่อคนเสียชีวิตมาเป็นบุคคลที่ได้รับสิทธิรับเงิน 2.นำข้อมูลบุคคลที่ไปร่วมในโครงการอื่นมาเป็นชื่อของผู้มีสิทธิได้รับเงิน โดยบุคคลนั้นไม่รับรู้ 3.นำชื่อคนที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์มาเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงิน 4.ปลอมลายมือชื่อข้อมูลในแบบสำรวจ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียน 5.ให้ประชาชนลงลายมือชื่อในเอกสารเกี่ยวกับการขอรับเงินฯโดยแจ้งว่าเพื่อนำไปใช้ในการกิจกรรมต่างๆของศูนย์ 6.ให้หน่วยงานของรัฐอื่น เช่น โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลส่งรายชื่อผู้เข้าหลักเกณฑ์พร้อมเอกสารประกอบให้ศูนย์ เพื่อไปดำเนินการแต่ศูนย์จ่ายเงินให้ไม่ครบตามจำนวนฎีกา 7.รายชื่อที่ปรากฎในแบบสำรวจ เมื่อตรวจสอบกับข้อมูลทะเบียนราษฎร์ไม่ปรากฎรายชื่อบุคคลดังกล่าวในทะเบียนราษฎร์หรือไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ และ 8.มีการคัดสำเนาบัตรประชาชนจากทะเบียนราษฎร์แล้วมาปลอมลายมมือชื่อ อย่างไรก็ตามการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีขบวนการขายสำเนาบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่บางจังหวัดมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นเข้ามาสนับสนุนการกระทำผิด เช่น ปลอมรายมือชื่อของผู้รับเงิน, ปลอมใบสำคัญการรับเงิน มีชื่อแต่ไม่ได้รับเงิน และได้รับเงินไม่ครบตามจำนวนจริง

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเร่งด่วน 37 ศูนย์ ป.ป.ท.พบพื้นที่ จ.ขอนแก่น มีเจ้าหน้าที่รัฐนอกศูนย์คุ้มครองฯ สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีพฤติการณ์ส่อทุจริตร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองฯ โดยมีรายชื่อเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับเงิน ทั้งที่คุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์เป็นผู้มีรายได้น้อย ซึ่ง ป.ป.ท.จะตรวจสอบหลักฐานให้แน่ชัดอีกครั้งว่าเจ้าหน้าที่รัฐกลุ่มดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ หรือถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ์แทน

///