นักกม.คดีปกครอง กระตุ้น รมต.ออกประกาศกำหนดสัตว์ในธรรมชาติ ใส่ พ.ร.บ.ทารุณสัตว์

8.03.18 | 16:46 น.

เมื่อวันที่ 8มีนาคม นายประวิตร บุญเทียม โฆษกศาลปกครอง ในฐานะนักกฎหมายด้านคดีปกครอง
ได้ให้ความเห็นกรณีที่ พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ คดีนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ถูกสั่งภาคทัณฑ์ หลังจากครั้งแรกรับแจ้งความข้อหาตามกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ แต่ภายหลังมีการถอนแจ้งความโดยเห็นว่ากรณียังไม่เป็นความผิดการทารุณกรรมว่า คำสั่งภาคทัณฑ์ของผู้บังคับบัญชาในเชิงลงโทษนั้น ก็ถือเป็นการออกคำสั่งทางปกครอง ที่สามารถยื่นฟ้องเป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองได้ เพราะลักษณะการสั่งภาคทัณฑ์นั้นถือเป็นบทลงโทษเพียงแต่เบาสุด ส่วนที่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าการออกคำสั่งนั้นชอบหรือมิชอบ สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้ผู้ถูกออกคำสั่งหรือไม่ อย่างไร ถ้าหากเป็นคดีเข้าสู่ศาลก็จะได้วินิจฉัยต่อไป แต่ทั้งนี้ตามกระบวนการก่อนที่ตดีจะเริ่มเข้าสู่ศาลได้ ผู้ถูกออกคำสั่งทางปกครองนั้นต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งภาคทัณฑ์ของผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานตามขั้นตอนก่อน หากผลอุทธรณ์คำสั่งภายในหน่วยงานไม่เป็นผลแล้ว จึงนำคดีมายื่นฟ้องได้

เมื่อถามถึงทัศนะในฐานะนักกฎหมายเกี่ยวกับพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ว่าควรที่จะต้องปรับแก้หรือไม่ จากกรณีที่เสือดำถูกฆ่าตายซึ่งพบบาดแผลรอยกระสุนหลายแห่งจนสังคมเกิด กระแสวิจารณ์ว่าเหตุใดไม่แจ้งความตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและกานจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 เพราะจะมีโทษที่เพิ่มขึ้นอีก

นายประวิตร  กล่าวว่า กรณี พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ตามที่เป็นข่าวก็เป็นกฎหมายเฉพาะที่เป็นส่วนของคดีอาญาที่จะต้องดำเนินไปตามกระบวนการ ส่วนที่ว่าจะเป็นการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องตีความตามบทบัญญัติกฎหมายกันไป ส่วนที่บางคนวิจารณ์ตีความ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและกานจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 เป็นการคุ้มครองสัตว์บ้าน ไม่ใช่สัตว์ป่า ดังนั้นจึงควรที่จะแก้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ในเรื่องของการฆ่าอย่างทารุณ หรือไม่ จากที่ได้ดูบทบัญญัติ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 มาตรา 3 “สัตว์” หมายความว่า สัตว์ที่โดยปกติเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นพาหนะ สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเพื่อน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการแสดง หรือสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการอื่นใด ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตามและให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ดังนั้นหากกฎหมายกำหนดเช่นนี้ รัฐมนตรีก็มีอำนาจออกประกาศกำหนดถึงสัตว์ในธรรมชาติได้ ไม่ต้องไปแก้กฎหมายคุ้มครองและสงวนสัตว์ฯ ซึ่งหากออกประกาศรวมถึงสัตว์ในธรรมชาติแล้ว ก็มีผลทำให้การทารุณสัตว์ในธรรมชาติมีความผิดตามกฎหมายนี้ โดยในอนาคตก็บังคับใช้ปฏิบัติได้ในเชิงการป้องกันและการคุ้มครองการทารุณสัตว์ในธรรมชาติได้