อยากทำเพื่อประชาชน เปิดใจ “น้องแบม” แฉขบวนการโกงเงินคนจน “ทนายสงกานต์” จี้สอบจรรยาบรรณครู ทุบหลัง-สั่งกราบเท้าเจ้าหน้าที่
จากกรณีที่ “น.ส.ปณิดา ยศปัญญา” หรือ “น้องแบม” นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมุนษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ได้ออกมาเปิดโปงข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จนมีการสอบสวนข้อเท็จจริงจาก คสช.และ ป.ป.ท.พบมูลความผิด และสภาคณาจารย์ มมส.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีอาจารย์นั้น ซึ่งต่อมามีการเผยข้อมูลว่าน้องแบมถูกอาจารย์ทุบหลังและสั่งให้กราบเท้าคนกระทำความผิด ล่าสุดรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 ได้เชิญน้องแบมมาเปิดใจ พร้อม “ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์” มาร่วมพูดคุยกันในรายการ
เนื้อหาบางส่วนมีดังนี้
สิ่งที่เคลือบแคลงและสงสัยว่านี่คือการทุจริต คืออะไร?
“ก็มีคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง มีคนนอกเข้ามาเซ็นรับรองในสำเนาบัตรประชาชนของคนที่ต้องมาขอเงิน มาเซ็นแล้วก็ให้เรากรอกอีกที ทำซ้ำๆ ไป ก็ประมาณ 2 พันชุด”
สองพันชุดก็สี่ล้าน?
“ค่ะ แต่อาจจะมากกว่านั้นเงินไปไหนอันนี้ไม่ทราบ หนูทำแต่เอกสาร”
ไปถึงคนยากไร้จริงหรือเปล่า?
“มีการตรวจสอบมาจากชาวบ้าน เขาบอกบางคนได้รับเงินแต่ไม่ครบ บางคนไม่ได้รับเงินเลย ซึ่งเขาไม่รู้ว่าเอาบัตรเขามาเบิกเงิน เอามาได้ยังไงก็ไม่ทราบค่ะ”
ต่อมาก็ปรึกษาอาจารย์?
“ตอนแรกเราไม่ได้บอกอาจารย์ว่าเป็นเอกสารอะไร แค่บอกว่าทำไมทำเยอะจังเลย หนูอยากลงพื้นที่แล้ว เราเป็นคนชอบลงพื้นที่มากกว่าทำงานเอกสาร อาจารย์บอกว่าช่วงลงพื้นที่จะอยู่หลังๆ เราเข้าใจ แต่มีประเด็นที่หนักขึ้นเรื่อยๆ มีคนนอกเข้ามา”
คนนอกคือใคร?
“น้องสาวผอ.ที่ศูนย์ค่ะ เขามาเซ็นสำเนาถูกต้องในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนชาวบ้าน”
ปลอมลายเซ็น?
“ค่ะ คือเงินออกไปแล้ว แล้วมาทำเอกสารย้อนหลังประมาณนี้ เงินออกไปจริงหรือเปล่าตรงนี้หนูไม่ทราบค่ะ”
พอมีมือมืดเข้ามา ทำยังไงต่อไป?
“หนูก็หาหลักฐาน ก็สังเกตภายในบ้านว่ามีปฏิกิริยาอะไรบ้างที่เข้าข่ายการทุจริต หนูก็ถ่ายรูปไว้ทุกส่วน ทำหลักฐานให้ได้มากที่สุด แล้วก็ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์เขาบอกว่าเขาเคยทำ เคยปลอมแปลงเอกสารแบบนี้ แต่เขาถึงขั้นให้เซ็นในช่องผู้รับเงิน”
ทาง ผอ.ให้รุ่นพี่คนนี้เซ็น?
“ค่ะ เขาเคยทำมาก่อน เขาเลยบอกมา ตอนนั้นเขาก็ตกใจว่าทำไมเราได้ไปทำที่นั่น ทำเอกสารและไปทำที่บ้าน ผอ. เขาเลยบอกให้ไปปรึกษาอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ถามว่าได้ถ่ายรูปอะไรมั้ย ก็บอกว่าถ่าย เก็บไว้เกือบหมด ส่วนมากเราจะแอบถ่ายตอนที่พี่เขาเผลอ”
หาทางออกยังไง?
“ก็ไปปรึกษาอาจารย์รอบที่ 2 เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาก่อน แต่ว่าเราคุยแชตกับอาจารย์หัวหน้าภาคร่วมด้วย ชื่ออาจารย์สายไหม แล้วทีนี้ทางอาจารย์ที่ปรึกษาโทรมาก่อนว่าเป็นยังไง เราก็บอกว่าเป็นแบบนี้ๆ เราไม่บอกว่าเจอการทุจริต แต่เราไปทำตรงนี้ เราเจอคำถามแบบนี้ที่เราหาคำตอบไม่ได้ เราอยากรู้เกิดอะไรขึ้น มันเข้าข่าย อาจารย์ก็ถามว่าไปปรึกษาอาจารย์ภาคสนามหรือยัง เราก็บอกว่ายัง และคิดในใจว่าเราไปปรึกษาทำไม ในเมื่อเขาเป็นคนสั่งให้เราทำในการปลอมแปลงเอกสาร”
คุณครูภาคสนามนี่เป็นใคร?
“เป็นเจ้าหน้าที่ในศูนย์ ซึ่งเราให้เกียรติเขาด้วยการเรียกว่าคุณครูภาคสนาม คือ ผอ.ให้สถานที่ แต่ไม่รู้สั่งหรือเปล่า”
คนสั่งแน่ๆ คือครูภาคสนาม?
“ค่ะ แล้วทีนี้อาจารย์ให้ไปปรึกษาครูภาคสนามก่อน หนูก็เลยตัดปัญหาไป วางสาย หลังจากนั้นหนูไม่มีที่พึ่งใครแล้ว หนูก็นึกถึงอาจารย์ที่สอนหนูตั้งแต่มัธยม สอนวิชากฎหมายในชีวิตประจำวัน หนูไปปรึกษาอาจารย์ท่านนี้ อาจารย์ขอดูหลักฐานเพราะเขาไม่แน่ใจเหมือนกัน ก็เอาไปให้ดู เขาบอกว่าชัดเลย เป็นการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ซึ่งตัวหนูมีความผิดในคดีอาญา เพราะเราเป็นคนทำ ซวยค่ะ (หัวเราะ) อาจารย์ก็พูดว่า หนูไปร้องเรียนที่ ป.ป.ท. เพื่อความเป็นธรรมของตัวเอง และสอนเรื่องนี้ว่าในฐานะนักพัฒนาที่หนูเรียนอยู่ หนูควรทำยังไง ประชาชนอยู่กับหนูแล้ว หนูจะปล่อยทิ้งหรือหนูจะช่วยเขา หนูกลับไปคิดเอา”
แบมเลือกที่จะสู้?
“ใช่ค่ะ เลือกอยู่ข้างประชาชนค่ะ เลยเอาเรื่องนี้ รวบรวมกับพี่เจ้าหน้าที่อีกคนที่เคยทำด้วย ที่เคยปลอมแปลงเอกสารด้วยว่าเราจะทำยังไงกัน เราคิดว่าเราจะไปร้องเรียน แต่ตอนนั้นเราคิดว่าเอกสารเรายังไม่มากพอ ก็เลยพยายามรวบรวมไว้ก่อน ตอนนั้นมีผู้ตรวจจากกรมเข้ามาพอดี เราก็แอบคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว ผู้ตรวจจากกรมบอกว่าหนูมีความผิด พูดเหมือนอาจารย์สอนกฎหมายเป๊ะ แล้วบอกให้หนูไปร้องเรียนที่ ป.ป.ท. เหมือนกันเป๊ะ หนูก็เลยตัดสินใจว่าครั้งสุดท้าย หนูจะไปบอกอาจารย์ทั้งอาจารย์ภาคและอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์หัวหน้าภาคคืออาจารย์สายไหม และหนูได้เข้าร่วมประชุมกับทางอาจารย์ ซึ่งหนูได้ยื่นหลักฐานที่หนูพรินต์มาทั้งหมด เป็นหลักฐานชุดเดียวกันกับที่ยื่นให้ ป.ป.ท. อธิบายว่าขั้นตอนเป็นแบบนี้ๆ หนูไปทำอย่างนี้มา ซึ่งตอนนั้นอาจารย์หัวหน้าภาคเขาไม่เข้าประชุม แล้วมีอาจารย์สองท่านเขาแนะนำให้หนูไปแจ้งความ และย้ายสถานที่ฝึกงานใหม่อย่างเร็วที่สุด”
แล้วไปแจ้งความมั้ย?
“ไม่ เพราะว่าหนูคุยกับหัวหน้าภาค เขาถามหนูมาว่าเป็นยังไงบ้าง หนูก็เล่าให้ฟังว่าเป็นแบบนี้ เขาก็ทักในแชตว่าพรุ่งนี้จะเคลียร์ให้จากกันด้วยดี”

หมายถึงอาจารย์สายไหมจะเคลียร์ให้แบมกับศูนย์แห่งนั้น?
“คือจะย้ายที่ฝึกงานให้ วันต่อมา เขาได้เดินทางลงมาที่สำนักงานหนูและคุยกับหัวหน้าภาคประมาณสิบนาที และเรียกพวกหนูเข้าไปและบอกว่าไหนอธิบายขั้นตอนการทำงานให้ฟังหน่อยว่า ทำเอกสารเป็นยังไง ทำไมถึงคิดว่าเอกสารเหล่านั้นเป็นการปลอมแปลง ซึ่งพวกหนูไม่ตอบ เพราะคนสั่งให้หนูทำเขาก็นั่งอยู่ คือครูภาคสนาม พวกหนูก็เงียบ ครูภาคสนามเลยใส่เลยค่ะ เขาบอกว่าเป็นแค่การกรอกเอกสารในสำเนาบัตรลงในประวัติของผู้ยากไร้ ไม่มีอะไร ทีนี้หัวหน้าภาคก็บอกว่าเป็นการเข้าใจผิดกันนะ มีอะไรทำไมไม่ปรึกษาครูภาคสนาม ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่คนอื่นทำไม ทำแบบนี้เหมือนเราเป็นเด็กโกหกนะ ทำแบบนี้มันเสียเครดิตครูภาคสนาม เขาถามจะฝึกงานต่อมั้ย หนูก็มองหน้ากัน แล้วครูภาคสนามก็พูดว่าถ้าย้ายที่ฝึกงาน ก็เท่ากับว่าเป็นการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำตัวเหมือนเด็ก แต่ถ้าอยู่ที่นี่ให้จบ จะเป็นการแก้ไขตัวเองและเป็นการพัฒนาตัวเอง และทำให้เป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น”
ครูสายไหมทำไง?
“หนูก็ตอบว่าหนูจะฝึกงานก่อน เขาก็บอกว่าเพื่อเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ สร้างความสัมพันธ์ใหม่ ก็ให้พวกเธอไปนั่งคุกเข่าลงข้างๆ ภาคสนาม พวกเราก็มองหน้ากัน ลงไปนั่งคุกเข่า ครั้งที่สอง ครั้งที่สามพวกหนูถึงเดินไปนั่งคุกเข่า แล้วเขาก็บอกว่าเพื่อเป็นการฝึกงานต่อไป ให้กราบขอขมาครูภาคสนาม หนูก็มองหน้า น้ำตาคลอแล้ว พอเพื่อนกราบเสร็จก็สะกิดหนู แล้วเพื่อนก็ร้องไห้ เราก็คลานไปกราบที่เท้าครูภาคสนามค่ะ เขาก็ลูบหัวเราแล้วบอกว่าไม่เป็นไรนะลูก เริ่มต้นกันใหม่ หนูก็เงยหน้าแล้วร้องไห้เลย”
มีเรื่องการถูกทุบตีหลัง?
“หลังจากที่ ป.ป.ท. ส่งเรื่องมาทางหนู หนูก็บอกเพื่อนว่ามี ป.ป.ท. ส่งหนังสือมา แล้วเพื่อนก็ไปบอกอาจารย์ อาจารย์ก็เรียกประชุมด่วน เป็นประชุมที่ไม่เป็นทางการ ทางหัวหน้าภาคก็เค้นหนูแต่หนูไม่ยอมตอบ เพราะทาง ป.ป.ท. เขาไม่ให้หนูบอกว่าใครเป็นคนร้องเรียน ทีนี้ครูสายไหมก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่าถ้าอยากเอาผิดเขาทำไมไม่เรียนให้จบก่อนถึงค่อยไปร้องเรียน แล้วก็เดินมาบอกว่าขอตีสักทีมั้ย แล้วก็เอามือฟาดข้างหลังหนูสองที แล้วเขาก็กลับไปนั่งลง แล้วก็บอกว่าทำอะไรไม่ปรึกษา ทำให้เขาเดือดร้อน ถ้าเรื่องอยู่ภายในกรมเรื่องจะเงียบได้ แต่ถ้าเรื่องไปถึง ป.ป.ท. เป็นเรื่องใหญ่ ทางมหาวิทยาลัยจะไม่สามารถช่วยเหลือคุณได้ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ทั้งสิ้น”
ทุบหลังแรงมั้ย?
“ฟาดหลังค่ะ ชาเลย ไม่ได้หยอกค่ะ”
สะดุดคำว่าทำไมไม่เรียนให้จบก่อน แล้วค่อยไปร้องเรียน?
“หนูก็คิดว่ามันใช่เหรอที่จะเรียนให้จบก่อน เพราะเราเรียนให้จบก่อนแล้วชาวบ้านเขาร้องเรียนก่อนเราเรียนจบเราก็ซวยสิ เพราะมันเป็นลายมือหนู”

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ว่ายังไง?
ทนายสงกานต์ : “เพื่อให้รู้ว่าอาจารย์ผู้นี้เป็นอย่างไร ผมมีหลักฐานให้ดู อันนี้ไม่หมิ่น ผมไม่ได้บอกว่าเป็นใคร แต่เจ้าตัวจะรู้ว่าเป็นใคร ณ ตอนนี้เธอจะสำนึกบ้างมั้ยว่าการกระทำที่เกิดจากความเห็นแก่ตัวของเธอคนเดียว ได้สร้างความเดือดร้อนให้คนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนดี มีศีลธรรม ถ้าเธอคิดได้แล้ว ก็ให้รีบขอขมาเสียเถอะ ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินคาด ถ้าผิดรู้สำนึกสังคมให้อภัย อยากถามแบมว่าวันนั้นเขาหยอกลูกตีเบาะๆ เหรอ”
แบม : “ก็ฟาดเลยค่ะ แสบและชาค่ะ”
เรื่องแบบนี้เอาผิดกับใคร?
ทนายสงกานต์ : “ก็เอาเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนรู้เห็นในการร่วมกันกระทำความผิด ไม่ว่าจะปลอมเอกสาร เพราะบัตรประชาชนผู้ใด ต้องให้เจ้าตัวเซ็น คนอื่นเซ็นแทนไม่ได้ ปลอมและใช้เลยเอกสารสิทธิทางราชการ ส่วนน้องเราเชื่อว่าทางตำรวจหรือทาง ป.ป.ท. ก็ดี จะกันตัวไว้เป็นพยานเพื่อสาวให้ถึงขบวนการ แต่ที่อยากฝากที่สุดคือกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเข้ามาจัดการกับครูที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ประการแรก ถามน้องได้ความชัดเจนอยู่แล้วว่าที่ทำท่าล้อเล่นมันไม่ใช่ อันที่สอง ให้กราบครูที่ทำท่าล้อเล่นมันไม่ใช่ อันที่สองให้กราบครูภาคสนาม มันขัดกับตัวที่โพสต์หรือไม่อย่างไร แต่รู้ว่าเป็นคู่กรณีใช่มั้ยลูก”
เรื่องนี้ทำไมถึงดัง?
แบม : “เริ่มแรก แม่เพิ่งรู้หลังจากออกสื่อว่าทางหัวหน้าภาคเขาให้กราบเท้าขอขมาครูภาคสนาม แม่เขาโมโห เขาเลยพูดออกสื่อว่าถ้าไม่เข้าข้างใครเลย ทำไมไม่ตรวจสอบก่อน ถึงให้ลูกไปกราบเท้า ทำไมไม่ฟังลูกศิษย์ตัวเองบ้างว่าเขาพูดความจริงหรือไม่”
เราอายุไม่เท่าไหร่ ยังเป็นแค่นักศึกษา มีการออกมาพูดแบบนี้ กลัวมีผลมาถึงตัวเรามั้ย?
แบม : “การข่มขู่ไม่มีค่ะ เรื่องการเรียนก็ไม่มีค่ะ เพราะสภาคณาจารย์เขาได้คุ้มครองในเรื่องการเรียนและความปลอดภัย”
ทนายสงกานต์ : “แต่สิ่งหนึ่งเรื่องนี้เกิด ก.พ. อายุความไม่ขาด อยากให้น้องแจ้งความเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าครูที่ไปทุบเท็จจริงยังไง เพื่อความเป็นธรรม อย่างน้อยจะได้มีเอกสารป้องกันตัวน้อง”
ทางผอ. ศูนย์คุ้มครองฯ ถูกย้ายแล้ว?
แบม : “เห็นว่าอย่างนั้นค่ะ”
น้องของ ผอ.ที่เซ็นชื่อในสำเนาบัตรประชาชนตอนนี้เป็นยังไง?
แบม : “เหมืองทาง ป.ป.ท. ตั้งคณะกรรมการสอบ อยู่ในช่วงดำเนินการ”
ทางน้องเองเคยคุยกับรุ่นพี่ แล้วรุ่นพี่ที่ทำงานที่นั่นพยายามส่งซิกให้ทางกระทรวง ส่งซิกยังไง?
แบม : “พี่เขาบอกวาเขาเซ็นชื่อเป็นภาษาอังกฤษในใบนี้ ซึ่งชื่อภาษาอังกฤษเป็นชื่อยายอายุ 80 ปี”
ทนายสงกานต์ : “เพื่อให้รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ยายจะเซ็นภาษาอังกฤษยังไง แต่ทางกระทรวงคงเพิกเฉย นึกไม่ถึง”
เป็นข้อกังขาสำหรับคนไทยในประเทศอีกหลายๆ คน มันมีแค่การกระทำแบบนี้ในศูนย์คนไร้ที่พึ่งขอนแก่นหรือเปล่า หรือมีเอี่ยวไปถึงกระทรวงหรือเปล่า?
แบม : “อันนี้หนูไม่ทราบ หนูร้องเรียนแค่จังหวัดขอนแก่น”
ทนายสงกานต์ : “เอาให้ชัดๆ นะ เลขาธิการคุรุสภาต้องมาสอบจรรยาบรรณครูด้วย หนึ่งเมื่อนักเรียนเขาพยายามจดแจ้งครูหลายครั้งก็ไปประณามเขาว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ต้องให้เขาไปกราบเท้า ซึ่งมันไม่สมควรอย่างยิ่ง”
-อยากบอกอะไรทุกคนที่ให้กำลังใจเราอยู่?
แบม : “อย่างแรกอยากขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ เพราะเรื่องนี้ต่อสู้คนเดียวเราทำไม่ไหวอยู่แล้ว เราต้องได้รับกำลังใจจากหลายๆ ฝ่ายด้วย ที่สำคัญอยากขอบคุณทางอาจารย์ที่สอนกฎหมายที่เรียนมัธยม ท่านเป็นคนให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาตลอด ระยะเวลาที่ฝึกงาน และแนะนำเรื่องการร้องเรียน ให้ข้อคิดเกี่ยวกับนักพัฒนาว่าเราควรอยู่เพื่อตัวเองหรือทำเพื่อประชาชน”

