วันที่ 9 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าขายลอตเตอรี่ พยานปากสำคัญฝ่ายครูปรีชา วันนี้ไม่ได้มาตั้งแผงขายลอตเตอรี่ที่ริมฟุตปาธหน้าธนาคารกสิกรไทยสาขากาญจนบุรีแต่อย่างใด เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกหนัก แต่ทั้งนี้ทราบว่าเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ได้มาตั้งแผงขายลอตเตอรี่ตามปกติ อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงบ่ายหากฝนไม่ตกลงมาอีกก็คงจะออกมาขายลอตเตอรี่ตามปกติ และน่าจะเดินทางไปขายลอตเตอรี่ที่เรดซิตี้ ซึ่งเย็นวันนี้มีตลาดนัด
ส่วน น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช พยานคนสำคัญอีกปากของครูปรีชา ซึ่งเมื่อวานเดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีศาลอาญา พบว่าวันนี้มาตั้งแผงขายลอตเตอรี่เยื้องธนาคารกสิกรไทยสาขากาญจนบุรีตามปกติ และได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า สำหรับการเดินทางไปกองปราบปรามเพื่อไปติดตามความคืบหน้าของคดี ส่วนการเดินทางไปศาลอาญาก็เพื่อไปร้องขอความเป็นธรรมกับท่านอธิบดีว่า หากกองบังคับการปราบปรามหรือกองบัญชาการสอบสวนกลางจะออกหมายจับตนก็ขอให้ออกเป็นหมายเรียก เพราะคดีนี้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ซึ่งตอนนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้น ประกอบกับตนมีอาการดีขึ้นจากที่มีอาการป่วยไม่ค่อยสบาย ซึ่งตามที่มีกระแสข่าวว่าทางตำรวจจะมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีอีกนั้น โดยส่วนตัวก็มีความวิตกกังวลอยู่บ้าง
ขณะที่นางปณัญชยา สุขผล หรือเจ๊เกียว แม่ค้าขายลอตเตอรี่รายใหญ่ของเมืองกาญจน์ และเป็นพยานคนสำคัญให้กับครูปรีชา ซึ่งตั้งแผงขายภายในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระอารามหลวง (วัดใต้) ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบว่าเจ๊เกียวมาตั้งแผงขายลอตเตอรี่ตามปกติท่ามกลางสายฝนโปรยปราย โดยได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้ตนจะให้สัมภาษณ์เป็นวันสุดท้าย เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ขอให้ตนงดให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน เพราะเรื่องเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลแล้ว สำหรับการที่ตนและเจ๊พัชเดินทางไปที่ศาลอาญาเพื่อร้องขอความเป็นธรรมว่า หากจะมีการออกหมายเรียก เราสองคนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และไม่ได้คิดหลบหนีไปไหน เพราะเราทำกินเป็นหลักแหล่ง ส่วนการที่ ผบ.ตร.จะออกมาแถลงข่าวคดีนี้อีกครั้งในวันนี้ ตนก็ไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากเย็นนี้ฝนไม่ตกลงมาซ้ำอีก ตน เจ๊พัช และเจ๊บ้าบิ่นก็จะไปขายลอตเตอรี่ที่ตลาดนัดเรดซิตี้ตามปกติเหมือนเช่นเคย
มีรายงานว่าเจ๊พัชและเจ๊เกียวได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีศาลอาญา มีเนื้อหาใจความว่า “ด้วยข้าพเจ้า นางสาวพัชริดา พรมตา อยู่บ้านเลขที่ 131/21 หมู่ 10 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และข้าพเจ้า นางปณัญชยา สุขผล อยู่บ้านเลขที่ 204/215 หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับกระแสข่าวและคำให้สัมภาษณ์ของท่านผู้บัญชาการสอบสวนกลางว่า ในวันที่ 3 มีนาคม 2561 กองบังคับการกองปราบปรามจะยื่นคำร้องขอออกหมายจับข้าพเจ้าทั้งสองต่อศาลอาญาในความผิดฐานเป็นพยานเท็จนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าให้การไปตามความเป็นจริง ตามที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี สอบสวนและเรียกข้าพเจ้าทั้งสองไปให้ปากคำ
ในส่วนของกองบังคับการปราบปรามนั้น ข้าพเจ้าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการสอบสวนเป็นอย่างดี ไม่มีพฤติการณ์ใดหลบหนี เนื่องจากข้าพเจ้าทั้งสองมีอาชีพค้าขายเป็นหลักแหล่ง มีกิจการเป็นของตนเอง
หากกองบังคับการปราบปรามออกหมายจับข้าพเจ้าทั้งสองก็ไม่ต่างอะไรกับการออกหมายจับครูปรีชา ใคร่ครวญ ที่ไปจับที่โรงเรียนโดยนำกำลังตำรวจไปจำนวนมาก สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน เป็นการคุกคามการดำเนินชีวิตของประชาชน ข้าพเจ้าทั้งสองจึงร้องขอความเป็นธรรมต่อท่านอธิบดีศาลอาญาให้ความเป็นธรรมแก่ข้าพเจ้าทั้งสองด้วย และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เสียความยุติธรรม หากมีการร้องขอให้ออกหมายจับ ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้กองบังคับการปราบปรามหรือกองบัญชาการสอบสวนกลางให้ออกหมายเรียก” โดยหนังสือลงวันที่ 8 มีนาคม 2561

