2ปีครึ่ง อนุมัติ ‘อุ้มบุญ’ 158คู่ ไม่ผ่าน 11คู่ สบส.แนะคู่สมรสทำตาม กม.

11.03.18 | 15:58 น.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 หรือกฎหมายอุ้มบุญ ว่า กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ช่วยให้คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีบุตรยาก ได้มีบุตรตามต้องการ รวมทั้งควบคุมการศึกษาวิจัยมิให้มีการนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยจากผลการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 2 ปีครึ่ง พบว่ามีผู้ให้ความสนใจสอบถามไป ยังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เพื่อปรึกษาข้อกฎหมาย การดำเนินการด้านเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ รวมทั้งการขอรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ของสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเดือนละกว่า 100 ครั้ง และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.) ได้พิจารณาเรื่องขออนุญาตให้ตั้งครรภ์แทนเสร็จสิ้นแล้ว 169 คู่ อนุญาต 158 คู่ ไม่อนุญาต 11 คู่ เนื่องจากคุณสมบัติของหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้บริจาคไข่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนมีอายุเกิน 40 ปีบริบูรณ์ หรือมีการผ่าคลอดเกิน 1 ครั้ง

“นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ยังไม่พบว่ามีการลักลอบอุ้มบุญภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันมิให้เกิดการลักลอบอุ้มบุญเพื่อการพาณิชย์ ขอย้ำให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะทำให้ทั้งคู่สมรส หญิงที่รับตั้งครรภ์ และเด็กได้รับการคุ้มครองอย่างรอบด้านตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ จนถึงหลังคลอด โดยกฎหมายได้กำหนดความเป็นบิดาและมารดาของเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯ ไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งระบุให้คู่สมรสรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจ รักษาพยาบาลตามกระบวนการ ค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ และเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีฯ” นพ.ธงชัย กล่าว

ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ผู้ที่มีสิทธิ์ขออนุญาตให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน จะต้องเป็นคู่สมรสชาวไทยที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นชาวไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติ จะต้องจดทะเบียนสมรสมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ห้ามคู่สมรสซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ หญิงโสด ชายโสด หรือคู่สมรสเพศเดียวกัน และหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องมีสัญชาติไทยและเคยมีบุตรมาแล้ว หากผู้ใดฝ่าฝืนลักลอบอุ้มบุญ จะมีความผิด 1.แพทย์ผู้ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.รับจ้างอุ้มบุญ จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท 3.กระทำการซื้อ ขายอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4.เป็นนายหน้าชี้ช่องทางให้มีการตั้งครรภ์แทน จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ