‘แผน’โร่ร้องอธิบดีศาลอาญาให้คุ้มครอง ซัด’ฐิติราช’-ผู้การกองปราบแนะให้การใหม่ พูดเหมือนเดิม’ติดคุกแน่’

12.03.18 | 16:32 น.

จากกรณีคดีพิพาทลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจกับนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ขออนุมัติหมายจับนายปรีชา และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าลอตเตอรี่ ฐานแจ้งข้อความเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ รวม 4 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 173, 174 วรรคสอง และ 267 กระทั่งมีการจับกุมดำเนินคดี และส่งฝากขังศาลอาญา โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปตีราคาคนละ 100,000 บาท ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) กาญจนบุรี ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และจะออกหมายเรียก นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือแผน ที่ให้การเห็นหมวดจรูญก้มเก็บหวยนั้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มีนาคม ที่ศาลอาญา รัชดาฯ นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือแผน อายุ 46 ปี อาชีพรับจ้างเป็นพนักงานฝ่ายบริการยานพาหนะธนาคารกรุงไทย จำกัด สำนักงานเขตกาญจนบุรี มีบ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 2 ต.เกาะสำโรง อ.เมืองกาญจบุรี จ.กาญจนบุรี ได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อธิบดีศาลอาญา ว่า กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค7 ได้นัดหมายไปให้ปากคำและถามว่า รู้จักนายปรีชา ใคร่ครวญหรือไม่ ได้ให้การไปว่าไม่เคยรู้จักกัน เหตุที่ตำรวจนำตนมาสอบนั้น เนื่องจากได้เล่าให้พนักงานธนาคารด้วยกันฟังว่า กรณีที่มีข่าวทางสถานีโทรทัศน์และสื่อมวชนทุกแขนงว่า ตนเห็นผู้ชายกับผู้หญิงหมายถึงหมวดจรูญเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลได้บริเวณหน้าศาลพระพรหมประมาณ 20 เมตร ในตลาดนัดเรดซิตี้ก่อนที่กองสลากจะประกาศออกรางวัล สามารถจำรูปร่างหมวดจรูญได้แต่ผู้หญิงรู้แต่ว่าเตี้ยกว่าหมวดจรูญนั้น เห็นเพียงเท่านี้แต่สลากจะมีเลขอะไรนั้นไม่ทราบ ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนภูธรภาค7 ไปตามความเป็นจริง

นายฐนุกร ระบุต่อว่า ต่อมาพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.และผู้การกองปราบได้ให้เจ้าพนักงานตำรวจกองปราบโทรแจ้งให้ตนไปพบพนักงานสอบสวน สภ.พนมทวน ได้ไปพบ พอไปถึงพล.ต.ท.ฐิติราช และผู้การกองปราบได้เอาสำนวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภ.7 ให้ตนดู พล.ต.ท.ฐิติราช ประกอบผู้การกองปราบและตำรวจกว่า 30 นายได้ล้อมตน และบอกตนว่า ถ้าให้การเหมือนกับกองบัญชาการตำรวจภาค7 เช่นเดิม ติดคุกแน่ เพราะเป็นการให้การเท็จ และแนะนำให้การใหม่ ว่า”คลับคล้ายคลับคลา”และให้การตามที่พล.ต.ท.ฐิติราชและคณะทำงานแนะนำจะไม่ติดคุกแน่และได้ถ่ายรูปตนไว้ ตนเกิดความกลัวจึงหลงเชื่อตามคำแนะนำ ต่อมา เมื่อตนทำตามคำแนะนำได้ดูข่าวทางสื่อมวลชนว่า พล.ต.ท.ฐิติราชออกหมายจับตน จึงเกิดความกังวลจึงมาร้องขอความเป็นธรรม และตนยังคงยืนยันว่าที่ให้การกองบังคับการภา.7 นั้นถูกต้องตรงกับความเป็นจริงและไม่ได้ปรักปรำใคร

หากกองบัญชาการสอบสวนกลางและกองบัญชาการกองปราบปรามยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับตน ขอศาลได้โปรดนัดไต่สวนคำร้อง ทั้งที่ตนและนายปรีชา และหมวดจรูญไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ตนได้ไปให้การพนักงานตำรวจภูธรภาค7 ตามคำสั่งพนักงานไม่ได้ปรักปรำใคร และได้ให้การตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและไม่ได้ให้การยืนยันกับตำรวจว่าสลากฯเป็นของใคร ขอศาลได้โปรดคุ้มครองพยานด้วย และขอรับรองว่าเป็นความจริง