จากกรณี นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก เข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะตั้งแคมป์พร้อมซากเสือดำและสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า มีกองทัพสื่อมวลชนจากทุกแขนง เดินทางมาปักหลักเฝ้ารอภายหลังมีกระแสข่าวว่านายเปรมชัย จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่ถูกพนักงานสอบสวน บก.ปทส. แจ้ง จำนวน 2 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 19 ตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และความผิดตามพรบ.อาวุธปืน ก่อนครบกำหนดตามหมายเรียกที่ก่อนหน้านี้มีการนัดให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 14 มีนาคม นี้ เวลา 10.00 น.

ต่อมา เวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน บก.ปทส.ที่เกี่ยวของกับคดี เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางการสอบสวนนายเปรมชัย พร้อม นางคณิตา กรรณสูต ภรรยา และน.ส.วันดี สมภูมิ ผู้ที่รับรองการครอบครองงาช้างบ้าที่พบในบ้านของนายเปรมชัย
พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้ได้เรียกพนักงานสอบสวนมาประชุม เตรียมความพร้อมและกำหนดประเด็นการสอบสวน ซึ่งบก.ปทส. รับผิดชอบ 2 คดี คือ คดีการครอบครองงาช้างและอาวุธปืน โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบได้ออกหมายเรียกให้นายเปรมชัย กรรณสูต มารับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตามพ..รบ.อาวุธปืน รวมถึง นางคณิตา ภรรยานายเปรมชัย ซึ่งเป็นผู้ยื่นจดแจ้งครอบครองงาช้าง และน.ส.วันดี ที่เป็นผู้เซ็นรับรองว่าเป็นงาช้างพาหนะ (ช้างบ้าน) ที่ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ในวันที่ 14 มีนาคม นี้ เวลา 10.00 น. นยังยืนยันว่าให้ทั้ง 3 คนมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกเดิม
ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา พยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน ที่ทางบก.ปปป. ได้แจ้งนายเปรมชัย ไว้นั้น เป็นหน้าที่ของบก.ปปป.ในการสอบสวน มาทราบในรายละเอียด หากทางบก.ปปป.จะประสานขอร่วมการสอบสวนในวันเดียวกันก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ทางบก.ปทส. ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนายเปรมชัย พร้อมภรรยาและน.ส.วันดี ว่าจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ ทั้งนี้ หากผู้ถูกออกหมายเรียกทั้งหมดไม่มาตามนัด จะต้องมาดูว่ามีการแจ้งเหตุข้อข้องหรือไม่ และเหตุขัดข้องนั้นสมควรให้เลื่อนได้หรือไม่ แต่หากไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้อง ตนจะเรียกประชุมอีกครั้ง ว่ามีเหตุสมควรที่จะพิจารณาขออนุมัติหมายจับได้หรือไม่ เพราะถือว่ามีพฤติการณ์ที่จะไม่มา ส่วนการจะให้ประกันตัวหรือไม่ ต้องดูว่าผู้ถูกกล่าวหาให้การเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงใด


