ยันวัคซีนพิษสุนัขบ้าเพียงพอ หลายภาคส่วนจับมือช่วยป้องกัน ชี้37เขตระบาด รัศมี5กม. ไม่ใช่ทั้งจังหวัด

14.03.18 | 15:16 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ห้องประชุม 2 ตึกจักรพิชัยณรงค์สงคราม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดแถลงผลการประชุมร่วมหลายหน่วยงานเรื่องพิษสุนัขบ้า อาทิ กรมควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าล่าสุดมีจำนวน 4 ราย รายล่าสุดพบที่ จ.นครราชสีมา อย่างไรก็ตาม ตัวข้อมูลย้อนหลังการเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้แปรผันตามฤดูกาล แต่ขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นไปสัมผัสสัตว์ป่วย และสัตว์ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ฉะนั้นทั้ง 4 รายนี้สัมผัสสัตว์ป่วยที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน หากประชาชนไม่ได้สัมผัสสัตว์ก็จะไม่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือสัมผัสแล้วขอให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด โดยการล้างแผล ใส่ยา ฉีดวัคซีนให้ครบโดยเร็วที่สุด และทำตามที่แพทย์สั่ง

“การดำเนินการร่วมกันส่วนพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขจะมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด มีสถานพยาบาล ไม่ว่าจะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับกรมปศุสัตว์ซึ่งมีปศุสัตว์จังหวัด ภายใต้การสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ในระดับปฏิบัติการพื้นที่ เรามีหน่วยงานอยู่ในระดับตำบล นั่นคือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นในแง่การทำงานเชิงบูรณาการ” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

นสพ.อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เรารับผิดชอบหลักเรื่องป้องกันควบคุมโรคในสุนัข แมว และสัตว์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าสถานการณ์ที่ประกาศเขตโรคระบาด 37 จังหวัด แต่ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นรัศมี 5 กิโลเมตรเท่านั้น ดังนั้น การแพร่กระจายของโรคจึงไม่ได้มากทั้งจังหวัด

นสพ.อภัยกล่าวต่อว่า สุนัขและแมวทั้งประเทศมีอยู่ประมาณกว่า 10 ล้านตัว วัคซีนที่นำเข้ามาใช้ในประเทศกว่าสิบล้านสองแสนโดส โดย 1 โดส เท่ากับ 1 ตัว เพียงพอต่อวัคซีน การเร่งนำวัคซีนไปฉีดในพื้นที่ เราเร่งรัดทุกหน่วยงาน ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนนำสุนัขและแมวที่เลี้ยงไปรับวัคซีนเป็นเรื่องสำคัญ อย่าละเลย

Advertisement

“ด้านการผ่าตัด ทำหมันนั้น ขอให้ฟังทางท้องถิ่นหรือหน่วยราชการ ทั้งของปศุสัตว์หรือสาธารณสุขที่ร่วมกันออกหน่วย ขอให้ความสนใจเป็นพิเศษในระยะนี้ อีกทั้งกรมปศุสัตว์ดำเนินเรื่องการรับเลี้ยงสุนัขและแมวที่ประชาชนเลี้ยงไม่ไหว ซึ่งโครงการนี้ยังมีอยู่ ดังนั้น ขณะที่หน่วยผ่าตัด ทำหมันออกให้บริการ จะมีหน่วยรับเลี้ยงด้วย ซึ่งกรมปศุสัตว์นำไปเลี้ยงในสถานที่ของกรมเอง หรือในโครงการของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระปณิธานแน่วแน่ ให้ประเทศเราปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้า” นสพ.อภัยกล่าว

นายธนา ยันตรโกวิท รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งการจัดหายา หรือการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมปศุสัตว์ ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ทาง อปท. สำนักงานส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดจับมือกันทำงานเรื่องนี้ ตั้งแต่การฝึกอบรมบุคลากรในการฉีดวัคซีน จนถึงอื่นๆ

“ทางภาคราชการ หรือกรมปศุสัตว์เองอาจมีข้อจำกัด โดยจัดหาวัคซีนได้ประมาณ 1 ล้านโดส แต่มีสุนัขและแมวกว่า 10 ล้านตัว ซึ่งงบของกรมปศุสัตว์นำไปใช้ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินจำเป็น เพื่อไปควบคุมไม่ให้เกิดเหตุ เพราะฉะนั้น หน้าที่นี้จึงเป็นของ อปท. ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เราสนับสนุนงบประมาณการจัดซื้อวัคซีนให้ อปท.ทั่วประเทศกว่า 10 ล้านโดส เพื่อใช้ในยามปกติ และช่วยกรมปศุสัตว์ในยามระบาดด้วย หากดำเนินการไปพร้อมๆ กัน การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าจะดีขึ้นในช่วงปีนี้หรือปีถัดไป โดยอาศัยความร่วมมือซึ่งกันและกัน” นายธนากล่าว

นายธนากล่าวต่อว่า ส่วนการทำหมันนั้น ที่ผ่านมาอาจไม่มีความมั่นใจใน อปท. เราพูดคุยกันว่าต้องกำหนดหน้าที่ให้ชัดเจน หรือท้องถิ่นเองไม่ได้มีสัตวแพทย์จำนวนมาก จึงต้องร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด โดยท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยทางเจ้าของพื้นที่จะเป็นผู้ประสานงานเชิงพื้นที่ ยืนยันว่า อปท.มีหน้าที่และบทบาทสำคัญที่เข้ามาทำงานตรงนี้

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า เป็นวิสัยทัศน์ที่พระองค์ท่านทรงเล็งเห็น โดยให้หน่วยงานต่างๆ บูรณาการร่วมกัน ซึ่งผมคิดว่าสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในวันนี้ไม่ได้รุนแรง อย่าตระหนก แต่ให้ตระหนักเรื่องการป้องกัน

“ส่วนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เอง ต้องมองในระยะยาวและระยะสั้น เรื่องการสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ และนิสิตได้เรียนรู้และเข้าไปช่วยงานในระยะเร่งด่วน แต่ในระยะยาว เรื่องงานวิจัย นวัตกรรม เรื่องการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ข้อมูลเรื่องสุนัขและแมวกว่า 10 ล้านตัว ต้องดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้บูรณาการ แล้วใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ก็ต้องเป็นบทบาทของมหาวิทยาลัยที่เข้าไปช่วยเก็บข้อมูลบางส่วนมาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ดร.จงรักกล่าว