เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ห้องประชุม 2 อาคาร 2 ชั้น 4 กระทรวงคมนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง เดินทางมาเข้าพบ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อยื่น “คู่มือเผือก” คู่มือต้นแบบการอบรมพนักงานขนส่งสาธารณะ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ
ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะทุกเพศ ในปี 2560 พบว่า ร้อยละ 35 เคยถูกคุกคามทางเพศขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยในจำนวนนี้เป็นเพศหญิงถึงร้อยละ 45 และพฤติกรรมการคุกคามทางเพศที่พบบ่อย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ลวนลามด้วยสายตา 2.แต๊ะอั๋ง ถูกเนื้อต้องตัว ลูบคลำ 3. ผิวปากแซว 4. พูดแซว พูดแทะโลม พูดเกี้ยวพาราสี และ 5. พูดลามก เรื่องเพศ หรือ ด่าทอด้วยถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องเพศ ขณะที่ประเภทของการขนส่งสาธารณะที่เกิดเหตุการณ์คุกคามทางเพศบ่อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง, มอเตอร์ไซค์รับจ้าง, แท็กซี่, รถตู้ และรถไฟฟ้า

ด้าน น.ส. รุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุด คือ นโยบายที่ชัดเจนในเรื่องของการป้องกัน หรือไม่ให้เกิดการคุกคามทางเพศ บนรถสาธารณะทั้งหมดภายใต้การกำกับของกระทรวงคมนาคม โดยทางเครือข่ายมีข้อเสนอ 3 ข้อ คือ 1.ติดตั้งกล้องวงจรปิด 2.จัดระบบรองรับการแจ้งเหตุที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ติดตามผลได้ และ 3.อบรมพนักงานให้สังเกตพฤติกรรมการคุกคามทางเพศ ให้ช่วยยับยั้งและแจ้งเหตุได้

“การติดตั้งกล้องวงจรปิด อย่างน้อยจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถตรวจสอบดูแลว่ามีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นหรือไม่ ด้วยมีกรณีที่เหยื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน ดังนั้นการติดตั้งกล้องวงจรปิดจะสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานได้ นอกจากนี้ พนักงานที่ทำงานประจำในระบบขนส่งสาธารณะก็มีความสำคัญ เพราะถ้ามีความเข้าใจว่าการคุกคามทางเพศคืออะไร สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ในเวลานั้น ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถลดการคุกคามทางเพศได้ จึงเป็นที่มาของแคมเปญ ‘ถึงเวลาเผือก’ เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนไม่นิ่งเฉยและเข้าไปแทรกแซงการกระทำคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ ตลอดจนเกิดเป็น ‘คู่มือเผือก’ คู่มือต้นแบบการอบรมพนักงานขนส่งสาธารณะ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ” น.ส.รุ่งทิพย์กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายฯ โดยเฉพาะเรื่องภัยคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะที่เป็นเรื่องสำคัญ และตนมองว่าต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ส่วนคู่มือเผือกที่นำมามอบในวันนี้เบื้องต้นจะให้ทาง ขสมก. รับเรื่องไปดูแล และให้ทางสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร รับไปศึกษาเพื่อพิจารณาดูว่ามีส่วนไหนต้องปรับแก้ให้เหมาะสมในการใช้จริง และประสานงานกับทางเครือข่ายฯต่อไป

ภายหลังมีผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่มีชายพิการทุบลิฟต์ในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสว่ามีความคืบหน้าอย่างไร นายอาคมตอบว่า กรณีที่เกิดขึ้นอยู่ภายใต้การดูแลของ กทม. กระทรวงคมนาคมไม่มีอำนาจในเรื่องนี้ แต่หากกล่าวในเชิงนโยบายภายใต้การกำกับของรัฐบาลมีนโยบายในการเข้าถึงบริการของประชาชนอยู่ ซึ่งในส่วนนี้ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานในกำกับ คอยให้บริการและอำนวยความสะดวก

