เมื่อเวลา 16.30น. วันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เฟซบุ๊ก เพจรวมพลฅนหมุย ที่มีผู้ใช้รายหนึ่งนำคลิปวีดีโอคนขับรถแท็กซี่โวยวายการปฎิบัติหน้าที่ของถูกตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ที่เข้าตรวจสอบรถแท็กซี่มิเตอร์ที่มาส่งนักท่องเที่ยวภายในสนามบินสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แต่กลับไม่ไปตรวจรถแท็กซี่ป้ายดำที่ผิดกฎหมาย พร้อมเขียนข้อความว่า “เหตุเกิดที่สนามบินเกาะสมุย ขาออก ดูการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวที่จองจับเฉพาะแท็กซี่ ส่วนรถป้ายดำทำเป็นมองไม่เห็นไม่สนใจไม่จับกุมปล่อยให้วิ่งกันตามสบาย” เหตุการณ์เกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา
โดยชายคนขับรถแท็กซี่มิเตอร์ที่ออกมาโวยวายในคลิปวีดีโอคือ นายสถาพร อินทรเจ้า ระบุว่า ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุยเฝ้าแต่จับรถแท็กซี่มิเตอร์ไม่เปิดมาตรมิเตอร์รับผู้โดยสารที่เข้ามาส่งในสนามบินทุกวันแต่ก็ยอมรับได้ แต่ที่รับไม่ได้ก็คือรถยนต์สี่ล้อเล็กทุกชนิดที่เป็นป้ายดำมารับส่งผู้โดยสารโดยผิดกฎหมาย แต่ทำไมยังเข้ามารับส่งในสนามบินได้เช่นกัน แต่กลับไม่ถูกจับกุม และเมื่อตำรวจท่องเที่ยวเห็นรถแท็กซี่เข้ามาในสนามบินรถยังไม่ทันจอดสนิทก็เข้ามาล้อมที่ตัวรถแท็กซี่ ทำให้นักท่องเที่ยวตกใจคิดว่าตำรวจมาทำไม มาจับอะไร มีทำอะไรผิด การกระทำแบบนี้เหมือนว่าแท็กซี่เป็นอาชญากร ผู้ก่อการร้าย แต่กับรถป้ายดำทำเฉยหันหลังให้ แบบนี้คือสองมาตรฐานหรือไม่
ล่าสุดนายตำรวจหัวหน้าชุดที่ปรากฎอยู่ในคลิปวีดีโอทราบชื่อคือ พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม ผกก. 2 บก.ทท.3 ได้ชี้แจงเหตุการณ์ในคลิปว่า ไม่มีมีการกระทบกระทั่งอะไร คุณลุงแท็กซี่ก็เข้ามถ่ายคลิปและมีเสียงดังโวยวายบ้าง แต่ก็ไม่ได้ไปขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ไปขัดขวางอะไรก็ได้ยืนดูพฤติการณ์ของคุณลุงเช่นกัน
“วันนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมแท็กซี่มิเตอร์ไปแล้ว 1 คัน แท็กซี่ป้ายดำ 3 คัน ก่อนที่คุณลุงแท็กซี่จะมา และกำลังจะดำเนินการจับกุมแท็กซี่รายอื่นอีก ไม่ได้เลือกปฎิบัติตามในคลิป และที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ล้อมหน้าล้อมหลังรถแท็กซี่ทำให้นักท่องเที่ยวตกใจนั้น ข้อเท็จจริงก็คือ เจ้าหน้าที่มีการช่วยกันทำงาน 2-3 คน แบ่งหน้าที่กันคนหนึ่งคุยกับคนขับรถแท็กซี่ อีกคนคุยกับนักท่องเที่ยว และอีกคนตรวจสอบมิเตอร์ เพื่อจะทำให้ย่นระยะเวลาในการซักถามข้อมูลให้รวดเร็วขึ้น และที่ว่าตำรวจเลือกปฎิบัติไม่จับกุมรถแท็กซี่ป้ายดำ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตรงนั้นมีการตรวจสอบและจับกุม บางรายตรวจสอบแล้วพบความผิดก็ยึดใบขับขี่มาก่อน แล้วให้ไปส่งผู้โดยสารให้เรียบร้อยก่อนและมาพบกับเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ว่าจับแล้วควบคุมตัวไปเลยโดยปล่อยนักท่องเที่ยวไว้ตรงนั้น เจ้าหน้าที่จะไม่ทำแบบนั้นจะให้กระทบกับนักท่องเที่ยวน้อยที่สุด”พ.ต.อ.ธงชัย กล่าว

