อ.เกษตรหอบหลักฐานโร่พบกองปราบ ยันใบรับรอง’หน้ากาก’ แจ้งความกลับพล.ต.-พ.อ. ส.วิจัย ทบ.

15.03.18 | 14:16 น.

จากกรณีเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพบก พร้อมคณะ เข้าพบ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. เพื่อเอาผิดกับนักวิจัยโครงการพัฒนา หน้ากากป้องกันสารพิษ วงเงินโครงการ 3.8 ล้านบาท หลังจากตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อพิรุธในการออกใบรับรองมาตรฐานงานวิจัยดังกล่าว โดยนำเอกสารและข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์วิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ทีมงานวิจัยรวม 4 คน พร้อมด้วย นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุรจิต ชะระ สว(สอบสวน).กก1 บก.ป เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังคณะวิจัยถูก พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพบก แจ้งความดำเนินคดีกล่าวหาว่าเอกสารใบรับรองมาตรฐานหน้ากากกันสารพิษที่ทางคณะฯทำการวิจัยเป็นของปลอม นอกจากนี้ยังแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับ พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ และ พ.อ.ก้อง ชัยณรงค์ เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพบก ในข้อหา “แจ้งความเท็จ” และ “เรียกรับเงินสินบน” พร้อมนำเอกสารหลักฐานงานวิจัยทั้งหมดมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการพิจารณาคดี

นายอนันตชัย กล่าวว่า วันนี้ได้พาคณะวิจัยโครงการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษมาแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังถูกทางสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพบก กล่าวหาและแจ้งความกับทางกองปราบว่างคณะฯได้นำใบรับรองงานวิจัยปลอมมาใช้ ซึ่งไม่เป็นความจริ โดยคณะยืนยันว่าใบรับรองที่ทางคณะนำมาใช้นั้นเป็นเอกสารรับรองจากสถาบันทดสอบที่เป็นมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติจากประเทศสาธารณรัฐเช็ค ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สถานบันที่ได้มาตรฐานในการทดสอบคุณสมบัติหน้ากากกันสารพิษ

นายอนันตชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าทำให้ทางกองทัพได้รับความเสียหายมูลค่า 150 ล้านบาท นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากคณะฯได้งบประมาณเพียง 3.8 ล้านบาท เป็นค่าดำเนินงานวิจัยเท่านั้น ส่วนเงินจำนวน 150 ล้านบาท เป็นงบในการผลิต ซึ่งยังไม่ได้มีการผลิตหน้ากากกันสารพิษแต่อย่างไร ถือว่ายังไม่ได้เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ดีถ้าโครงการดังกล่าวสามารถผลิตหน้ากากได้จริงจะทำให้ประเทศได้รับผลประโยชน์อย่างมากเพราะราคาถูกกว่าการสั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยต้นทุนในการผลิตเพียง 8,000 บาท ต่อ 1 ชิ้น ส่วนราคาสั่งซื้อนั้นสูงถึง 20,000 บาท ต่อ 1 ชิ้น

ด้าน รศ.ดร.วีรชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ทางคณะฯยังถูกทหารกล่าวหาว่าหน้ากากต้นแบบทางคณะฯไม่ได้เป็นผู้ออกแบบและผลิตเอง แต่กลับไปซื้อหน้ากากจากต่างประเทศมา ขอปฏิเสธและยืนยันว่าทางคณะวิจัยได้ผลิตเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ , ทำแม่พิมพ์ , ผลิตหน้ากาก และการทดสอบในห้องรมแก๊ส โดยทั้งหมดมีภาพถ่ายหลักฐานยืนยันทั้งหมด อีกทั้งใบรับรองจากสถาบันต่างประเทศนั้นก็ยืนยันว่าได้มาตรฐาน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำคณะวิจัยทั้ง 4 คน พร้อมตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ทางคณะฯนำมามอบให้ ก่อนที่จะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

Advertisement