‘ปนัดดา’ปาฐกถา’หลักสูตรหลักประจำ’ตามพระราโชบาย ประวัติศาสตร์สอนให้ภูมิใจความเป็นคนไทย

15.03.18 | 19:35 น.

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ปาฐกถาพิเศษทางวิชาการให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม “หลักสูตรหลักประจำ” ตามพระราโชบาย รุ่นที่ 1/61 ในการฝึกอบรมจิตอาสา 904 ณ กองพันฝึกส่วนหลัง เขตพระราชฐานในพระองค์ฯ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตพญาไท

ม.ล.ปนัดดากล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อม ที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่บรรยายพิเศษเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม อันหมายถึงคนไทยทั้งที่อยู่ในประเทศไทยหรือพำนักพักพิงอยู่ในต่างประเทศ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งการสร้างความรักสมัครสมาน ทรงพระกรุณาพระราชทานสอนให้บุคคลคิดดี ทำดี มีวิริยภาพ และมีความกตัญญูรู้คุณบุพการีชน ครูอาจารย์ และประเทศชาติ

ม.ล.ปนัดดากล่าวรำลึกถึงเมื่อครั้งรับราชการเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ว่า จะมีเวลาในช่วงกลางคืนอ่านหนังสือรวบรวมพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสคำสอนของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มากมายหลายเรื่อง ที่จะได้อ่านด้วยความซาบซึ้งใจในคำสอนชีวิตพระราชทาน ที่ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานพระเมตตาและความห่วงใยแก่ลูกหลานเยาวชน ผู้ล้วนเป็นอนาคตและกำลังอันสำคัญของประเทศชาติ สิ่งนี้นั่นเองถือเป็นพระราชปณิธานประการสำคัญที่บรรดาจิตอาสาทุกท่านทุกคนต้องช่วยกันสืบสานความดีงามที่เป็นแบบอย่างแก่กันและสังคม ศาสตร์พระราชา คือ ศาสตร์แห่งการดำรงรักษาประเทศชาติ ศาสตร์อันจะนำพาความเจริญรุ่งเรืองและความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประชาชนชาวไทย

นอกจากนี้ ม.ล.ปนัดดาได้เล่าเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ควรแก่การจารึกจดจำ มีใจความตอนหนึ่งว่า 1.เจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) ซึ่งได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้เป็นราชทูตไปเจริญพระราชไมตรีกับราชอาณาจักรฝรั่งเศส ได้มีอัจฉริยภาพอันเป็นที่กล่าวขาน สุภาพเรียบร้อย นอบน้อม และถือเป็นบิดาทางการทูตแห่งสยามประเทศในเวลาต่อมา ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงเลิกล้มความคิดที่จะให้พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาและชาวสยามถูกปรับเปลี่ยนตามความเชื่อทางศาสนาตะวันตก เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เป็นบิดาของเจ้าพระยาวรวงษาธิราช และเป็นปู่ของพระยาราชนิกูล ซึ่งเป็นพระบิดาของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชชนกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องค์ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

2.ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 เป็นช่วงที่มิชชันนารีผู้สอนศาสนาต่างชาติเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์พร้อมกับการก่อตั้งโรงเรียนควบคู่กันไป ซึ่งสมเด็จพระปิยมหาราช ทรงมีพระราชดำริกับผู้สอนศาสนาทั้งหลายเหล่านั้นว่า การเปิดโรงเรียนถือเป็นเรื่องการให้ความรู้ความสามารถแก่ลูกหลานไทย ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ หาใช่เป็นเรื่องการศาสนาแต่โดยลำพัง เพราะทุกศาสนาสอนให้มนุษยชาติดำรงคุณงามความดีด้วยกันทั้งสิ้น คล้ายคลึงกันกับที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งเมื่อปี 2507 ทรงรับเสด็จพระเจ้าโบดวงแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมในฐานะพระราชอาคันตุกะ และพระเจ้าโบดวงซึ่งเป็นคริสตศาสนิกชนที่เคร่งครัด ทรงทูลเชิญในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งถือว่าเป็นพระสหายสำคัญและมีความรักสนิทชิดชอบ ให้หันมานับถือศาสนาคริสต์ด้วยกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มิได้ทรงปฏิเสธโดยตรง แต่ทรงตรัสตอบด้วยพระปฏิภาณว่า พระพุทธศาสนาก็เชิดชูสัจจะ คือ ความจริงสอนให้ผู้นับถือเข้าถึงความจริงและความดี และความจริงนั้นย่อมมีสภาพเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้ปฏิบัติถูกทางแล้วย่อมจะเข้าถึงได้ด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น คำสอนแห่งศาสนาคริสต์เป็นสัจธรรม แม้พระองค์นับถือพระพุทธศาสนาก็คงจะเข้าถึงได้เป็นแน่ ทั้งสองพระองค์ได้ทรงเป็นพระสหายที่ต้องพระราชอัธยาศัยไมตรีจิต ทรงมีน้ำพระราชหฤทัยอันงดงามต่อกันโดยตลอดพระชนม์ชีพ

“ความรู้ทางประวัติศาสตร์ในเรื่องราวตามพระนิพนธ์บอกเล่าของพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นอาทิ สอนให้เรามีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมีขององค์พระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่จิตอาสาทุกท่านต้องช่วยกันเสริมช่วยกันสร้างความรู้รักสามัคคี และความเข้าใจเข้าถึงและพัฒนา เป็นเรื่องที่เราทุกคนจะได้มาสนทนากันต่อในชั่วโมงเรียนต่อไป” ม.ล.ปนัดดากล่าว

Advertisement