จากคดีที่นางประภาพร แซ่จึง และ ด.ช.ซาย เค่อลี หรือน้องซาย พิการขา และแขนหลังคลอด โดยทั้ง 2 คน เป็นภรรยา และบุตรของนายวอเตอร์ ลี เชฟชื่อดังชาวมาเลเซีย เป็นโจทย์ฟ้อง บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) นพ.เดชะพงษ์ ภู่เจริญ แพทย์สูตินารีเวช และ พญ.อรชาติ อุดมพาณิชย์ แพทย์รังสีวิทยา จำเลยที่ 1-3 ในความผิดเนื่องจากกระทำการประมาท โดยเรียกร้องค่าเสียหาย 390,966,293 บาท จากกรณีเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2549 นางประภาพรฝากครรภ์กับทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แต่ปรากฎตอนคลอด ด.ช.ซาย แขน และขาพิการ โดยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสาม ชดใช้เงิน 1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันฟ้องตามชั้นศาลอุทธรณ์
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายวอเตอร์ ลี เปิดเผยว่า คดีได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา ตนรู้สึกพอใจกับการตัดสินคดี ที่ไม่ได้วัดค่าเป็นตัวเงิน แต่เป็นอุทาหรณ์ และเป็นคดีตัวอย่างในประเทศไทย และให้พ่อแม่ตระหนักถึงการรักษา โดยเฉพาะในด้านของสูตินารีแพทย์ และแสดงให้เห็นว่าการรักษานั้น แพทย์ไม่ใช่เพียงคำนึงถึงร่างกายเท่านั้น ต้องรวมถึงจิตใจของผู้ที่เข้าไปรักษา และสะท้อนให้เห็นว่าไม่มีวงการใดอยู่เหนือกฎหมาย ถือเป็นชัยชนะของสังคมไทยในแง่การพัฒนาวงการแพทย์ และการรักษาให้ก้าวหน้าเพิ่มขึ้น ซึ่งพ่อแม่เกิดความตื่นตัวระมัดระวังมากขึ้น
“เด็กพิการไม่ได้มีความสามารถพิเศษ แต่เพียงคนที่ครบ 32 ประการ มีทางเลือกที่จะเรียนรู้ได้มากกว่า ทำให้ไม่ถนัด หรือชำนาญด้านใด หากพ่อแม่ของผู้พิการยอมรับ และเข้าใจเด็กพิการ เปิดโอกาสให้เด็กพิการช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่ในสังคมได้” นายวอเตอร์ ลี กล่าว
นายวอเตอร์ ลี กล่าวอีกว่า ด้านมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ ที่ตนก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กพิการ รวมถึง ครอบครัวเด็กพิการ ที่เป็นกระบอกเสียงให้สังคมตระหนัก และเกิดความเข้าใจกับคนพิการในทางที่ดีขึ้น กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ช่วยเหลือตัวเองได้ และฟื้นฟูจิตใจของผู้พิการให้ได้สนับสนุนทางการแพทย์จากเยอรมนี และได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประสานให้แพทย์ และนักกายภาพบำบัดศูนย์สิรินธรเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ไทยให้ดียิ่งขึ้น และโครงการเพื่อเปลี่ยนชีวิตเพื่อช่วยเหลือเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวพิชิตยอดเขาตามจังหวัด และประเทศต่างๆ

