‘น้องแบม’ รับโล่หอการค้า เผยลงพื้นที่ทำวิจัยกำลังใจดีมาก คืบหน้าไปแล้วกว่า 40%

16.03.18 | 12:36 น.

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 16 มีนาคม 2561 ที่ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม นายทวี เสริมภักดีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยนายณรงค์ เหล่าสุวรรณ ประธานหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม นายวุฒิไกร ติระพงศ์ไพบูลย์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดมหาสารคาม (YEC) นายอรุณ เต็มภัทราโชค อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม และนายวรวุฒิ นวสฤษฏ์กุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและทุนการศึกษาให้กับนางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม และนางสาวณัฏกานต์ หมื่นพล หรือน้องเกมส์ นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และอดีตเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ที่ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตภายในศูนย์ ปกป้องคนจนได้กว่า 2,000 คน จนมีการตรวจสอบจาก ป.ป.ท. และพบการกระทำทุจริตในอีกกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ

นายณรงค์ เหล่าสุวรรณ ประธานหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดมหาสารคามและภาคีเครือข่าย กลุ่มพ่อค้า ภาคเอกชน ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้กำลังใจนางสาวปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ นางสาวณัฏกานต์ หมื่นพล อดีตเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ที่พบว่ามีการทุจริตในการจ่ายเงินให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งทั้ง 2 คนถือเป็นต้นแบบของความดี เป็นเยาวชนผู้กล้าที่ออกมาเปิดโปงความไม่โปร่งใส ต่อต้านคอร์รัปชั่น ถือเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลากหลายด้าน ทำให้สังคมและประเทศชาติมั่นคงต่อไปในอนาคต จึงขอยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับเยาวชนคนกล้าทั้ง 2 คน ที่กล้าออกมาเปิดเผยถึงความไม่ถูกต้อง

ด้านนางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม กล่าวว่า ต้องขอบคุณหอการค้าจังหวัดมหาสารคามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับตนเองและพี่เกมส์ สิ่งที่อยากจะบอกกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ก็คือ บ้านเมืองเราต้องการความโปร่งใส หากเราไม่รักความถูกต้องก็เหมือนกับว่าเราไม่รักประเทศชาติ และเราไม่รักตัวเอง

สำหรับผลตรวจสอบข้อเท็จจริงอาจารย์ที่ออกมาก็ถือว่าพอใจระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่มากนัก เพราะว่าอยากรอดูผลที่ออกมาทั้ง 6 ข้อก่อนว่าจะออกมาแบบใด ซึ่งต้องอยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ ส่วนการลงพื้นที่ทำวิจัยตอนนี้ หลังจากที่ต้องเปลี่ยนหัวข้องานวิจัย เนื่องจากว่าพื้นที่เดิมกับพื้นที่ใหม่คนละบริบทกัน ทำให้ต้องเปลี่ยนหัวข้อ แต่ตอนนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าจะเรียนจบทันเพื่อนอย่างแน่นอน และที่สำคัญคือ ตนเองได้รับกำลังใจและได้รับคำชื่นชมจากคนในชุมชนที่ตนเองลงพื้นที่ก็ทำให้รู้สึกว่ามีกำลังใจเพิ่มขึ้น และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อความไม่ถูกต้อง เพื่อเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดีในอนาคตต่อไป