จากกรณีตำรวจ สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร จับกุมตัว พ.ต.ท. ดุลยธนู หมื่นพรม อายุ 39 ปี ตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมพวกคือนายชุมพล นกถาวร อายุ 37 ปี นายอนุเชาว์ ตาลรุ่ง อายุ 35 ปี และนายกวีรัตน์ โชติบุญ อายุ 44 ปี โดยถูกจับได้ที่บริเวณถนนสาธารณะทางขึ้นอ่างเก็บน้ำห้วยมุก หมูที่ 1 ต.น้ำเที่ยง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ขณะไปรับยาบ้ากับเครือข่าย พร้อมยึดของกลางยาบ้า 59,750 เม็ด อาวุธปืน เครื่องกระสุนโทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ (คลิกอ่าน : ‘พ.ต.ท.-พวก’ ร่วมก๊วนค้ายาบ้า ยึดเฉียด 60,000 เม็ด-ปืน-กระสุน)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561 พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยเบื้องต้นทางตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และให้ พ.ต.ท. ดุลยธนู หมื่นพรม อายุ 39 ปี สารวัตรสืบสวน สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ออกจากราชการไว้ก่อนทันที เนื่องจากเป็นการจับกุม พร้อมของกลางยาบ้าที่ชัดเจน เพื่อเป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 4 ที่เน้นย้ำและกำชับมาโดยตลอดว่าหากข้าราชการตำรวจคนใดเข้าไปพัวพันยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งค้าและเสพ รวมทั้งสิ่งผิดกฎหมายต่างๆให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที และจะไม่เลี้ยงไว้อย่างเด็ดขาด เพราะเป็นถือเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ปกป้องดูแลประชาชน แต่กลับมากระทำผิดเสียเอง ส่วนเรื่องคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบไปยังสภ.กุฉินาราย์ ทราบว่า พ.ต.ท. ดุลยธนู ก็ปฏิบัติงานในตำแหน่งสารวัตรสืบสวนมาอย่างดีและเป็นปกติโดยตลอด และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน อีกทั้งไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งการกระทำครั้งนี้เป็นที่น่าเสียดายอนาคต อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ตำรวจสภ.กุฉินารายณ์เร่งทำการขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดทั้งหมด เพราะเชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการในครั้งนี้มากกกว่า 4 คน เนื่องจากยาบ้าที่ส่งมาล็อตนี้เป็นรายใหญ่มีจำนวนมากถึง 59,750 เม็ด ซึ่งหากหลุดรอดเจ้าหน้าที่ไปจะเป็นภัยต่อสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนอย่างมาก

