เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มีนาคม ที่ห้องอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน ชั้น 3 ตึกฉุกเฉินและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลราชวิถี นายธนพัฒน์ วัชรฐิติเปรมชัย อายุ 61 ปี ประธานบริหาร ผู้ก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์อัลลอย และเป็นเจ้าของศักดิ์สิทธิ์อัลลอย เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ นายจรูญ มีพันธ์ อายุ 82 ปี หรือคุณตาซาเล้ง ที่ถูกวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย หลังมีกระแสข่าวว่านายจรูญ เคยเป็นอดีตผู้ก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์อัลลอย แต่ชีวิตพลิกผันช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก จนต้องมาขับซาเล้งเก็บของเก่าขาย
โดยนายธนพัฒน์เปิดเผยว่า หลังจากได้ดูคลิปวิดีโอ รู้สึกสงสารและไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนสูงอายุ ในวันนี้จึงเดินทางมาให้กำลังใจนายจรูญและครอบครัว โดยจะมีการพูดคุยพร้อมหาแนวทางช่วยเหลือในบางส่วน ทั้งนี้ จากกระแสข่าวที่ออกมาว่า นายจรูญ คือผู้ก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์อัลลอย ก่อนจะถูกเทกโอเวอร์กิจการจนทำให้ต้องมาประกอบอาชีพขับซาเล้งหาของเก่านั้น มีผู้สอบถามเข้ามามาก จึงตรวจสอบแต่ไม่พบว่าคุณลุงจรูญเป็นผู้ก่อตั้งแต่อย่างใด แต่อาจจะเคยร่วมงานกับทางบริษัทก็เป็นได้ ยังไม่ทราบช่วงเวลาที่แน่ชัด จึงอยากมาพูดคุยกับทางครอบครัว ยืนยันว่า ไม่ได้มาเอาผิด หรือฟ้องร้องแต่อย่างใด และหากนายจรูญประสงค์อยากทำงานร่วมกับบริษัทก็ยินดีมอบอาชีพให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือในบั้นปลายชีวิต
“ทราบว่ากระแสข่าวที่ออกไปนั้นอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ทางบุตรสาวของคุณลุงจรูญเคยได้ฟังมาเมื่อยังเด็ก เป็นไปได้ว่าคุณลุงจรูญอาจเคยร่วมงานกับทางบริษัท ในสาขาใดสาขาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม อยากให้ครอบครัวคุณลุงจรูญไม่ต้องกังวลหรือเครียดแต่อย่างใด เพราะทางบริษัทไม่ต้องการที่จะกล่าวโทษ แต่อยากให้การช่วยเหลือ จะมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับครอบครัวลุงจรูญ” นายธนพัฒน์กล่าว จากนั้นได้มอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้ลูกสาวนายจรูญ

ต่อมาเวลา 13.30 น ร.ต.อ.รุ่งศักดิ์ นันตะเวช ร้อยเวร สน.ห้วยขวาง เจ้าของคดี ได้นำนายนราธร โสดติยัง หรือจ๊อด อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายจรูญ มากราบขอขมาที่บริเวณเตียงผู้ป่วย
โดย ร.ต.อ.รุ่งศักดิ์เปิดเผยว่า หลังจากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นศาลแล้ว ทางพนักงานสอบสวนได้นัดสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่นายนราธรจะขอให้ตำรวจพามากราบขอขมานายจรูญ โดยนายนราธรได้นำพวงมาลัยดอกมะลิมากราบขอโทษ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ลุงครับ ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว” ก่อนจะวางพวงมาลัยบนผ้าห่ม โดยนายจรูญ ยังคงนอนหลับพักผ่อนบนเตียงผู้ป่วย
ร.ต.อ.รุ่งศักดิ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของการสอบปากคำวันนี้ มีการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจร เพิ่มเติมคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
นายนราธรเล่าย้อนเหตุการณ์ว่า วันนั้นขับรถมามือเดียว และยอมรับว่าเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขี่รถจริง แต่ก่อนชนได้เงยหน้าขึ้นมามองทางแล้ว แต่ตัวนาฬิกาดันไปเกี่ยวกับรถของคุณตา จึงทำให้เสียหลักล้มลง นาทีนั้นรู้สึกโกรธที่ว่าลุงเห็นตนเองล้มลงแต่ไม่สนใจ ตนไม่รู้จริงๆ ว่าลุงอายุมากแล้ว ด้วยความโกรธจึงลงมือทำร้ายร่างกาย ทั้งนี้ ขอยอมรับผิดทุกอย่าง และการเข้าขอขมาครั้งนี้ถือเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนายนราธรเข้าขอขมา ได้ก้มกราบแทบเท้านายจรูญ และร้องไห้อย่างหนัก พร้อมบอกว่าสำนึกผิดแล้ว ขณะที่นายจรูญ รู้สึกรับรู้ แต่ตอบโต้กลับค่อนข้างช้า

