เจ้าอาวาสวัดดังแจง เจ้าหน้าที่บุกจับผู้ค้าหวยขายเกินราคา ชี้ไม่เกี่ยวกับวัดบอกเป็นความพึงพอใจผู้ซื้อผู้ขาย วัดไม่ได้ตั้งราคาขาย เผยลงทะเบียนผู้ค้า 100 ราย เก็บค่าบำรุงวัดรายละ 750 บาท/เดือน งวดหน้าลดเหลือ 500 บาท แต่ขอขายราคาใบละ 80 บาทเท่านั้น ยันวัดไม่เป็นมาเฟีย มีผู้ใหญ่หนุนหลังบอกแค่มีคนอิจฉาริษยา ทำลายพระพุทธศาสนา เล็งฟ้องผู้เผยแพร่โซเซียลมีเดีย โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พระครูสุนทรเจติยารักษ์ หรือครูบาพิณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เผยกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณลานจอดรถวัด จำนวน 3 ราย ที่ขายหวยชุด 5 ใบเกินราคา จาก 400 บาท เป็น 500 บาท จนถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับวัด และไม่ทราบว่าต้นทุนสลากที่ผู้ค้ารับมาขายเท่าไร ส่วนการซื้อขายหวย เป็นเรื่องความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ทางวัดไม่ได้ตั้งราคา หรือกำหนดราคาขายอย่างใด รวมทั้งการจำหน่ายสังฆทาน ดอกไม้เทียน ธูป หรือดอกมะลิ ที่นำมากราบไหว้พระเจ้าทันใจ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทางวัดมิได้จำหน่าย และไม่ได้ยุ่งเกี่ยว เป็นเรื่องของพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายเอง แต่เป็นการสร้างงานและรายได้สู่ชุมชนเท่านั้น
กรณีมีผู้ค้าสลากบางรายที่ถูกจับกุม ระบุว่า ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางวัด รายละ 750 บาท/เดือนนั้น ทางวัดได้จัดระเบียบผู้ค้าสลาก โดยมีผู้ลงทะเบียน กว่า100 ราย โดยเก็บค่าบำรุงสถานที่ รายละ 750 บาท เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าทำความสะอาด เก็บขยะ และคนงานวัด บางส่วนนำมาบำรุงพระพุทธศาสนา การศึกษาแก่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งผู้ค้าทุกคนพอใจ เนื่องจากเป็นค่าบำรุงวัดที่ถูก ไม่มีผู้คัดค้านหรือโต้แย้งอย่างใด ซึ่งทางวัด ยังได้พูดคุยกับผู้ค้าสลากทุกรายแล้วว่า จะลดค่าบำรุงสถานที่ของวัด จาก 750 บาท เหลือเพียง 500 บาท/เดือน โดยเริ่มหวยงวดวันที่ 1 เมษายนนี้ เป็นต้นไป เพื่อลดต้นทุนและแบ่งเบาภาระผู้ค้าสลาก แต่ต้องจำหน่ายสลากในราคาปกติ หรือใบละ 80 บาทเท่านั้น ห้ามขายเกินราคาอย่างเด็ดขาด

ส่วนมีผู้ร้องเรียน หรือผู้เสียหายจากกรณีที่อ้างว่าถูกแม่ค้าพ่อค้าที่โบกรถให้จอดบริเวณวัด ขายหวยแพง ถ้าไม่ซื้อสลากรถยนต์ที่จอดอยู่ กลับมีรอยขีดขูดนั้น ทางวัดไม่ทราบเรื่อง เพราะผู้เสียหาย ไม่ได้แจ้งวัด หรือเจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อแก้ไขปัญหา หากรถยนต์หรือทรัพย์สินเสียหายจริง ควรไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อสืบหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ ไม่ใช่นำเรื่องดังกล่าวไปเผยแพร่ในโซเซียลมีเดียและร้องสื่อบางสำนัก จนมีการกล่าวหาวัดเป็นมาเฟีย หรือผู้มีอิทธิพล มีผู้ใหญ่หนุน
หลัง จนไม่มีใครกล้าแตะต้องนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะวัดทำหน้าที่เผยแพร่พระพุทธศาสนา อบรมศีลธรรมจริยธรรมแก่ประชาชน ไม่ได้มีผลประโยชน์ หรือแสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ส่วนการทำบุญเป็นเรืองจิตศรัทธา ทางวัดไม่ได้เรียกร้อง ไม่สามารถชี้นำหรือบังคับให้ใครทำบุญ หรือบริจาคได้ เรื่องดังกล่าว อาจมีผู้อิจฉาริษยา ที่มีประชาชนมาทำบุญที่วัดมาก เลยต้องการทำลายพระพุทธศาสนาเท่านั้น
พระครูสุนทรเจติยารักษ์ กล่าวอีกว่า มีเจ้าหน้าที่ ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบวัด และแผงค้าสลากบริเวณวัดแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติ ซึ่งทางวัดได้ทำบันทึกชี้แจงไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ซึ่งทางวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการจัดระเบียบร้านค้า ผู้ค้าสลากอย่างเข้มงวด พร้อมมาตรการป้องกันดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมากราบสักการะพระธาตุเจดีย์ที่มีอายุกว่า 1,300 ปี หลวงพ่อทันใจ อายุกว่า 506 ปี และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ซึ่งพุทธศาาสนิกชนสามารถมาไหว้พระ ทำบุญที่วัดได้ตามปกติ
“โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถ พระวิหาร ศาลา ลานชมวิว และรอบบริเวณวัด พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และติดป้ายห้ามผู้ค้าสลากทุกราย โบกรถบริเวณลานจอดรถ อย่างเด็ดขาด ถ้ามีปัญหาสามารถแจ้งได้ที่คณะกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่วัด ที่หมายเลข 053-263001 เพื่อความสบายใจทุกฝ่าย ทั้งนี้วัดของสงวนสิทธิ์ ดำเนินคดีกับผู้ที่นำเรื่อง หรือข้อความที่ไม่มีมูลความจริงหรือเป็นเท็จ เผยแพร่ทางโซเซียลมีเดีย โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ เพราะสร้างความเสื่อมเสียและเสียหายแก่ทางวัดอย่างมาก” พระครูสุนทรเจติยารักษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการจับกุมผู้ค้าสลากที่ขายเกินราคา ยังมีพุทธศาสนิกชนประชาชน และนักท่องเที่ยว เดินทางไปกราบไหว้พระ และทำบุญที่วัดดังกล่าวตามปกติ ส่วนผู้ค้าสลาก และแผงหวย ที่ขายบริเวณวัด ได้หยุดจำหน่ายตั้งแต่
บ่ายวันเดียวกัน

