เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 มีนาคม 2561 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ถนนสาทร พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 อรินทราช และ บก.ปอศ. ร่วมแถลงข่าวจับกุมนางนิสา โรจน์รุ่งรังสี อายุ 62 ปี ประธานบริษัทในเครือ OA ตามหมายจับศาลอาญา 474/2561 ลงวันที่ 16 มีนาคม ความผิด “ร่วมกันกระทำการโดยเท็จ โดยฉ้อโกง หรือโดยวิธีการใดๆ ทำนองเดียวกัน หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร” และ “ร่วมกันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูค่าเพิ่ม กระทำการโดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการใดทำนองเดียวกัน” กรณีบริษัทในเครือ OA หลีกเลี่ยงภาษีธุรกิจท่องเที่ยวกว่า 1 หมื่นล้านบาท จับกุมในบ้านพักเลขที่ 64/129 หมู่บ้านภาณุแลนด์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ให้หน่วยงานราชการร่วมกันปราบปรามกลุ่มบริษัทนำเที่ยวผิดกฎหมายหรือกลุ่มบริษัทนำเที่ยวที่ประกอบการในลักษณะเป็นนอมินีสถานที่ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมในการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยเสียหาย รวมถึงผู้ประกอบการมีพฤติกรรมในการเลี่ยงการเสียภาษีอากร โดยกองตรวจสอบภาษีกลาง กรมสรรพากร ตรวจสอบพบว่านายธงชัยเป็นผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าในระหว่างปี พ.ศ.2554-2559 กว่า 3 หมื่นล้านบาท และปกปิดธุรกรรมการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีกว่าหมื่นล้านบาท
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เผยต่อไปว่า ตลอดช่วงเวลาประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา สรรพากรพบการหลีกเลี่ยงภาษีกว่า 17,000 ล้านบาท จึงเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ ปอศ. กระทั่งวันที่ 16 มีนาคม ยื่นคำร้องขอหมายจับ ศาลอนุมัติหมายจับรวม 3 ราย ประกอบด้วย นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อายุ 61 ปี หมายจับศาลอาญา ที่ 473/2561นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี อายุ 62 ปี หมายจับ 47 4/2561 และ น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 36 ปี หมายจับอาญา ที่ 475 /2561 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ่อ-แม่-ลูกในข้อหาเดียวกัน ส่วนนายธงชัยและ น.ส.สายทิพย์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานขอเข้ามอบตัว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เผยอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญใกล้หมดแล้ว และกำลังกวาดล้างทัวร์ต้นทุนต่ำ ทัวร์ที่ผิดกฎหมาย กลุ่มนอมินี และผู้สนับสนุนต่างๆ ไม่ให้มีการฉ้อโกงเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมามีการจับกุม ทั้งจำคุก ยึดทรัพย์ อยากฝากเตือนผู้ที่กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวให้เลิกทำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะที่ภูเก็ตและพัทยา หากยังไม่เลิกจะดำเนินคดีอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ประชาชน นักท่องเที่ยวที่พบการกระทำผิด สามารถร้องเรียนสายด่วน ตร.ทท. 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง


