‘ทนายแผน’พยานฝ่าย’ครูปรีชาคดีลอตเตอรี่30ล้าน แจ้งความ’อัจฉริยะ’ไลฟ์สดหมิ่นประมาท

17.03.18 | 17:12 น.

จากกรณีคดีลอตเตอรี่อลเวง 30 ล้านบาท ที่เป็นข้อพิพาทระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ กับนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต่างฝ่ายต่างแสดงความเป็นเจ้าของในสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว กระทั่ง ผบช.ภ.7 แถลงว่า จากพยานหลักฐานแล้วลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลน่าจะเป็นของนายปรีชา และเตรียมแจ้งข้อหากับ ร.ต.ท.จรูญในข้อหายักยอกทรัพย์ที่ตกหายและรับของโจร กระทั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้โอนคดีมาให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าไปดำเนินการเพื่อความโปร่งใส ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.ขออนุมัติหมายจับนายปรีชาและนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าลอตเตอรี่ ฐานแจ้งข้อความเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ รวม 4 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 173, 174 วรรคสอง และ 267 กระทั่งมีการจับกุมดำเนินคดี และส่งฝากขังศาลอาญา โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปตีราคาคนละ 100,000 บาท ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

เมื่อเวลา16.00น. วันที่17มีนาคม นายสุกิจ พูลศรีทรัพย์ ทนายความ พร้อมนายฐนุกา เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ นายแผน พยานฝ่ายนายปรีชา เข้าพบ พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี สว.(สอบสวน) สน.บางเขน เพื่อแจ้งความดำเนินคดี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ขัดคำสั่งคสช.ที่97/2557 และฉบับที่103/2557 เรื่องนำเสนอหรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชนด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง อันส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยต่อสังคม และฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลที่บัญญัติห้ามคู่ความมิให้เป็นแพร่ข้อมูลและพยานหลักฐานซึ่งอาจกระทบต่อการพิจารณาคดีของศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมกล่าวหานายสุกิจ ทำให้เสียหาย ทั้งนี้คลิปดังกล่าวนายสุกิจ เห็นตอนเดินทางไปที่สภาทนายความถือว่าเป็นการกระทำผิดในท้องที่สน.บางเขน

นายสุกิจ กล่าวว่า กรณีตำรวจบก.ป.ออกหมายเรียกนายแผน ตำรวจรู้อยู่แล้วว่านายแผนอยู่กรุงเทพฯ แต่ยังส่งหมายเรียก2ครั้ง ไปที่บ้านภูมิลำเนาของนายแผน โดยผู้ใหญ่บ้านเป็นคนรับหมาย ถ้าไม่มีคนรับก็ลองออกหมายจับดู จะได้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีการออกหมายจับก็จะฟ้องกลับตำรวจ

เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำนายสุกิจไว้เป็นหลักฐานและจะเรียกนายอัจฉริยะมาสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement