รพ.พิมายสร้างเด็กไทยคุณภาพ กับ ‘มหัศจรรย์1,000 วันแรกของชีวิต’

18.03.18 | 17:45 น.

ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบในปี 2564 โดยผู้สูงวัย 60 ปีขึ้นไปจะอยู่ที่ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่เด็กเกิดใหม่กลับเกิดน้อยลงไม่ถึง 7 แสนราย หรืออัตราการมีบุตรเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 คน จากควรอยู่ที่ 2.1 คน โคราชเป็นอีกพื้นที่น่าสนใจ โดยปี 2560 พบผู้สูงวัยมากถึงร้อยละ 19 ของประชากรในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แบบเร็วกว่าระดับประเทศ แต่จำนวนเด็กเกิดใหม่กลับน้อยลง จึงต้องพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพมากที่สุด โดยโครงการ 1,000 วันแรกของชีวิตจะตอบโจทย์เรื่องนี้… นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามโครงการ มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ที่โรงพยาบาลพิมาย จ.นครราชสีมา เมื่อเร็วๆ นี้

โรงพยาบาลพิมายดำเนินการตามโครงการเพื่อส่งเสริมให้อัตราการเกิดมีคุณภาพมากที่สุด โดยดูแลตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ และหลังคลอด จนเด็กอายุ 2 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยทองของเด็กที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาสมอง เพราะโครงสร้างสมองจะมีพัฒนาสูงสุด ทั้งการสร้างเซลล์สมอง และการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดเป็นโครงข่ายใยประสาทนับล้านโครงข่าย และการที่เซลล์สมองมีการเชื่อมต่อกันทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ แต่สิ่งสำคัญที่สุด นอกจากการดูแลก่อนตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ ยังส่งผลให้เมื่อเด็กคลอดออกมาจะลดความเสี่ยงของสมองพิการ

นพ.สุผล ตติยนันทพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิมาย เล่าว่า การดำเนินการเป็นความร่วมมือกับหน่วยงาน ทั้งราชการ ภาคสังคม และประชาชนในพื้นที่ โดยมีการตั้งคณะกรรมการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก คณะทำงานระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็ก 0-2 ปี ฯลฯ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล และวัดป่าพิมาย เพื่อร่วมดำเนินการโครงการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 5 ระยะ คือ

1.ระยะก่อนการตั้งครรภ์ จะเน้นการป้องกันความพิการแต่กำเนิด มีการสนับสนุนยาเม็ดโฟลิก 5 มิลลิกรัม และยาเม็ดธาตุเหล็ก 60 มิลลิกรัม ให้แก่ครอบครัวที่กำลังจะมีบุตร ซึ่งยิ่งได้รับก่อนการมีบุตรก็จะยิ่งดี เพราะเป็นการเตรียมความพร้อม โดยการค้นหาคู่รักคู่ไหนที่กำลังจะมีบุตร ก็ได้มีความร่วมมือกับร้านพรีเวดดิ้งในการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการและให้ข้อมูล ก็ช่วยให้เข้าถึงคู่รักที่กำลังจะแต่งงานสร้างครอบครัวและวางแผนที่จะมีบุตรให้ได้เตรียมความพร้อมได้

Advertisement

2.ระยะฝากครรภ์ หรือ 270 วันแรกของการตั้งครรภ์ จะเน้นให้เกิดการฝากท้องที่มีคุณภาพ คือการเสริมนมและไข่ 90 วัน 90 กล่อง และเกลือไอโอดีน โดยได้รับงบประมาณจากทางท้องถิ่น แต่ต้องยอมรับว่ายังไม่เพียงพอในการดำเนินการ ซึ่งพระครูวาทีธรรมสุนทร เจ้าอาวาสวัดป่าพิมาย ได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้จึงร่วมดำเนินโครงการนมก้นบาตรและสังฆทานนมจืด เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการดูแลเด็กที่จะเกิดมาในชุมชน โดยใช้นมจืดใส่บาตรและถวายสังฆทานด้วยนมจืด โดยนมจืดที่ได้นั้นจะมีการรวบรวมแล้วกระจายไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในการจัดเก็บและแจกจ่ายให้แก่หญิงตั้งครรภ์

3.ระยะคลอด เน้นห้องคลอดคุณภาพ โดยแม่เกิดรอด ลูกปลอดภัย มีการซ้อมแผนภาวะฉุกเฉิน

4.ระยะแรกเกิดถึง 6 เดือน หรือ 180 วัน เน้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยให้ยาเสริมธาตุเหล็กแก่หญิงให้นมบุตร มีคลินิกนมแม่จัดตะกร้าเยี่ยมบ้าน ดึงชุมชนร่วมต้อนรับเด็กใหม่ในชุมชน โดยจัดพิธีรับขวัญหลานเข้าสู่ครอบครัวและชุมชน มอบกระเช้าของขวัญที่จัดโดยชุมชนเอง และ 5.ระยะ 6 เดือน ถึง 2 ปี รวม 550 วัน เน้นพัฒนาการสมวัย ฟันแข็งแรงโดยมีการตรวจคัดกรองพัฒนาการ จ่ายยานำเสริมธาตุเหล็ก และดูแลสุขภาพช่องปาก ส่งเสริมอาหารตามวัย เป็นต้น

นพ.สุผลกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ใช่แค่ อ.พิมายที่มีการดำเนินการ โดยตั้งแต่ปี 2560 ได้เลือกพื้นที่นำร่อง 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ปากช่อง อ.พิมาย อ.ด่านขุนทด อ.โนนสูง และ อ.สูงเนิน แต่ล่าสุดปี 2561 ได้ประกาศนโยบายขยายโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิตในทุกอำเภอของ จ.นครราชสีมาแล้ว

นพ.สุผล ตติยนันทพร