ตลอด 3 ปี ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้รับมอบหมายให้เป็นกระทรวงหลักในการพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัพ ให้เป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ของประเทศให้เข้มแข็ง และถือเป็นการประกาศจุดยืนและความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ใช้ฐานเศรษฐกิจสตาร์ตอัพ เพื่อขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมกับสร้างเครือข่ายสตาร์ตอัพในแวดวงธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างมากมาย
จนถึงวันนี้ โครงการสตาร์ตอัพ ของ วท. สร้างกระแสความตื่นตัวเป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพและดำเนินธุรกิจแล้วกว่า 2,000 ราย สตาร์ต อัพในการช่วยพัฒนาแนวคิดกว่า 8,000 ราย เกิดการจ้างงานใหม่ในธุรกิจสตาร์ตอัพไม่น้อยกว่า 7,500 อัตรา มากกว่า 40,000 คน เกิดการร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพ มีมูลค่าถึง 28,000 ล้านบาท และกรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองอันดับ 1 ที่ดีที่สุดสำหรับชาวสตาร์ตอัพในเอเชีย และเป็นอันดับ 7 ของโลกเพราะมีตัวเลขของการเติบโตของธุรกิจสตาร์ตอัพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) กล่าวว่า สนช.เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการพัฒนาสตาร์ตอัพของประเทศ ปีนี้ เปิดเวทีใหญ่ STARTUP Thailand Pitching Stage 2018 เฟ้นหาสุดยอดสตาร์ตอัพระดับประเทศ ประเภทบุคคลทั่วไป นักเรียนนักศึกษาทั้งระดับอุดมศึกษาและระดับอาชีวศึกษา พร้อมเชิญชวนนิสิตนักศึกษาทุกระดับ ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าฝัน ร่วมประกวดแนวคิด นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจสตาร์ตอัพ เพื่อสานฝันสู่การเป็นสตาร์ตอัพรายใหม่ และก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการตัวจริงในเวที STARTUP Thailand U-League โดยเปิดรอบคัดเลือก 4 ภาค จังหวัดสงขลา เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น ทุกทีมที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ จะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ตั้งเป้าจะมี 600 ทีมจากนักศึกษาทั่วประเทศที่จะได้เงินสนับสนุนจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และลุ้น 12 ทีมสุดท้าย ที่จะเข้าร่วมชิงเงินรางวัลกว่า 300,000 บาท ในงาน STARTUP Thailand 2018 พร้อมโอกาสต่อยอดธุรกิจเชิงพาณิชย์

นอกจากนั้นแล้ว วท.ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำเด็กนักเรียนอาชีวะพัฒนาสู่ความเป็นสตาร์ตอัพ นำวิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวะของรัฐและเอกชนกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ เข้ามาร่วมบ่มเพาะกำลังแรงงานยุคใหม่ที่มีความสร้างสรรค์ มีทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ และความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ โดยการจัด STARTUP Thailand Vocational-League ระดับอาชีวะ ในลักษณะเดียวกับมหาวิทยาลัย คัดเลือก 800 ทีมทั่วประเทศจากโครงงานวิทยาศาสตร์ฯ หาผู้ชนะ 3 ทีม ก่อนนำไปดูงานต่างประเทศ และสนับสนุนต่อยอดการลงทุนเป็นสตาร์ตอัพต่อไป

การแข่งขัน STARTUP Thailand Vocational-League จะเป็น
แม่เหล็กสำคัญให้นักเรียนอาชีวะที่มีฝีมือ ได้ร่วมพัฒนาสร้างนวัตกรรมในสาขาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้ เกิดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น เพราะเด็กอาชีวะคือคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองความคิดแบบเด็กช่างกล เพียงแต่อาจยังไม่มีแนวคิดในการทำธุรกิจ ขาดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปช่วยติดอาวุธเพื่อให้เกิดไอเดีย ดังนั้น สนช.เข้าไปเสริมส่วนที่ขาด สร้างเครือข่ายเด็กอาชีวะให้เติบโตขึ้น ดึงเด็กเข้ามามีส่วนร่วมเรียนรู้การดำเนินธุรกิจสตาร์ตอัพเพื่อให้เกิดการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงต่อไป

สำหรับการแข่งขัน STARTUP Thailand Pitching Challenge ประเภทบุคคลทั่วไปนั้นเป็นเวทีสำหรับเหล่าสตาร์ตอัพที่มีผลิตภัณฑ์พร้อมขาย หรือทำธุรกิจแล้ว ซึ่ง ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บอกว่าเป็นกิจกรรมการแข่งขันธุรกิจในกลุ่มสตาร์ตอัพที่ใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นฐานในการสร้างธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง มีโมเดลทางธุรกิจที่น่าลงทุน ผ่านเวทีนำเสนอผลงาน (pitching) ระดับประเทศ
ผู้ชนะเลิศจากทุกภูมิภาคจะได้ไปร่วมการแข่งขันรอบสุดท้าย ชิงรางวัลชนะเลิศสุดยอดสตาร์ตอัพระดับประเทศ ประจำปี 2561 กับเงินรางวัลชนะเลิศ 100,000 บาท ในงาน STARTUP Thailand 2018 ที่ศูนย์
การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในเดือนพฤษภาคม 2561
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.startupthailand.org หรือ facebook: StartupThailand

