โชเฟอร์นักเลงพระ กลายเป็นศพกลางกรุงหลังถูกอุ้ม ตร.คาดปมขัดแย้งซื้อขายพระเครื่อง!

19.03.18 | 14:25 น.

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ร.ต.อ.ศิริพงษ์ เพ็งมณี รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกทำร้ายเสียชีวิต หน้า ห.จ.ก.ภัณฑ์ประเสริฐฮาร์ดแวร์ เลขที่ 110/4 ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.เสนิตย์ สำราญสำรวมกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิทย์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท พ.ต.ท.วิทยากร สุวรรณเรืองศรี สว.(สอบสวน) ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่หน้าทางเข้าอาคารสูง 6 ชั้น พบศพนายพรรชัย ศรีภสุทวี อายุ 53 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 307/6 ชุมชนตรอกมะขามเทศ ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. สภาพศพนอนหงายเลือดออกจมูก มีรอยฟกช้ำที่ปลายคาง แผลถลอกที่ข้อศอกขวาสวมเสื้อเชิ้ตคนขับแท็กซี่สีฟ้า กางเกงยีนส์ขายาว มือขวากำพระเครื่อง กำไลข้อมือ อยู่ ตรวจสอบภายในตัวพบกัญชาถุงเล็ก 1 ถุง ห่างไปประมาณ 10 เมตร พบรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทล 810กรุงเทพมหานคร จอดอยู่

สอบสวน น.ส.ชลฤดี ประเสริฐกรณี อายุ 47 ปี ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. เมื่อวานนี้ ผู้ตายได้เดินทางพร้อมกับเพื่อนรุ่นน้อง มาหาเพื่อนที่หอพักไม่มีชื่อ ภายในชุมชนเภตรารัตน์ ขณะที่ยืนอยู่หน้าหอพักนั้นเองมีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่นทะเบียนเข้ามาจอดหน้าหอพัก ก่อนคนขี่รถเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ได้เดินมาล็อกคอและชกต่อยนายพรรชัย ส่วนคนซ้อนท้ายเป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี ได้ถือมีดขู่เพื่อนรุ่นน้องไม่ให้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนพานายพรรชัยขึ้นรถจักรยานยนต์หายไป หลังจากที่ตนทราบเรื่อง ตนจึงรีบโทรศัพท์หาสามี ซึ่งมีคนรับโทรศัพท์แต่ไม่พูดตอบกลับมาและตัดสายไป เมื่อโทรหาอีกทีก็พบว่าโทรศัพท์ปิดเครื่องไปแล้ว ตนจึงรีบมาแจ้งความกับตำรวจ สน.พญาไท ก่อนพบเป็นศพในช่วงเช้า

น.ส.ชลฤดีให้การต่อว่า ปกตินายพรรชัย สามี มีนิสัยชอบเล่นพระเครื่อง โดยชอบแขวนพระเครื่องเต็มคอ และชอบไปซื้อขายพระเครื่องตามศูนย์พระเครื่องต่างๆ ต่อมาได้รู้จักกับนายพัน (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) ที่ชอบเล่นพระเครื่องด้วยกัน มาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ ตนทราบว่าสามีมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับนายพันในเรื่องการซื้อขายพระเครื่อง ซึ่งตนก็เคยเตือนสามีว่าอย่าไปยุ่งกับนายพันเพราะดูเป็นคนไม่ดี จนมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.นิติวัฒน์เผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุครั้งนี้เกิดจากการขัดผลประโยชน์เรื่องการซื้อขายพระเครื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงแล้ว เพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้าย ก่อนให้นำศพส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

 

Advertisement