บังคับคดี ไกล่เกลี่ย นายทุนขายที่ 17 ไร่ คืนตายาย 7 ล. ไม่แบ่งขาย เจ้าตัวมืดแปดด้าน

19.03.18 | 17:47 น.

จากกรณีที่นายไสว นนทะพิทา อายุ 63 ปี ได้ถูกกักขังที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ในการฟ้องขับไล่ออกจากบ้านเลขที่ 85 หมู่ 8 บ้านโนนน้ำเกลี้ยง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ จนนางกองศรี นนทะพิทา อายุ 59 ปี ได้หอบข้าวของและหลานสาววัย 8 ขวบ และ 10 ขวบ ไปอาศัยที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน โดยที่ผ่านมามีหลายฝ่ายติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

ล่าสุดวันที่ 19 มีนาคม  ที่สำนักงานบังคับคดี จ.กาฬสินธุ์ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้ นางสายรุ้ง มารมย์ ผู้ตรวจราชการกรมบังคับคดี เป็นประธานในการเปิดโต๊ะเจรจาการไกล่เกลี่ยโดยนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ ได้มอบหมายนายธนูสินธุ์ ไชยศิริ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมติดตามการเจรจา ซึ่งนางบุญญาภา เสนามนตรี ผอ.สำนักงานบังคับคดี จ.กาฬสินธุ์ ได้เชิญทางผู้ซื้อได้จากการขายทอดตลาดที่เดินทางมาพร้อมกับทนายความ ร่วมพูดคุยเพื่อหาทางออก โดยนายไสว นนทะพิทา ได้เดินทางมาพร้อมกับนางกองศรี นนทะพิทา ภรรยา ไม่มีทนายความ โดยการเจรจาได้เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปติดตามบรรยากาศภายในห้องไกล่เกลี่ย โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชม. นางสายรุ้ง มารมย์ จึงได้เชิญสื่อมวลชนเข้าไปในห้องไกล่เกลี่ยเพื่อรับฟังผลการเจรจา

นางสายรุ้ง มารมย์ ผู้ตรวจราชการกรมบังคับคดี กล่าวว่า สำหรับการเจรจาพูดคุยระหว่างผู้ซื้อที่ดินรายใหม่ บนเนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา ต.โนนน้ำเกลี้ยง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โฉนดที่ดินเลขที่ 15275 เลขที่ดิน 249 ซึ่งได้ขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 ในราคา 3,650,000 บาท โดยการเจรจาทางผู้ซื้อที่ดินได้กำหนดตั้งราคาไว้ที่ 6,500,000 บาท โดยกำหนดเวลาซื้อภายใน 2 เดือน หรือถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 และเงื่อนไขที่ 2 ราคา 7,000,000 บาท กำหนดระยะเวลา 3 เดือน หรือหรือถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2561

“ผู้ขอซื้อหรือนายไสว นนทะพิทา ได้รับเงื่อนไข ในการซื้อที่คืน 17 ไร่ ต่อมาผู้ขอซื้อได้ขอตัวเข้าห้องน้ำที่ด้านนอกและกลับเข้ามาในเวลาประมาณ 11.30 น. โดยขอเปลี่ยนเงื่อนไขที่จะซื้อเฉพาะส่วนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่เคยครอบครองเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ในราคา 700,000 บาท แต่ผู้ขายไม่ประสงค์ที่จะแบ่งขายเนื่องจากจะทำให้เสื่อมราคาในที่แปลงดังกล่าว ทำให้การเจรจาครั้งนี้ยังไม่บรรลุลุล่วงได้ ขณะที่การบังคับคดี และการขายทอดตลาดดำเนินตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ครบถ้วน”นางสายรุ้งกล่าว

นายไสว นนทะพิทา กล่าวว่า ที่ว่ารับเงื่อนไขคงไม่ใช่เช่นนั้นเพราะจริง ๆ แล้ว คือการอยากรู้ว่าเจ้าของใหม่จะขายคืนให้ในราคาเท่าไหร่ ขณะเดียวกันตนเองก็ยื่นเงื่อนไขในส่วนของการขอซื้อที่ดินที่ได้สร้างบ้านไว้ในที่ดินแปลงนั้น และสิทธิ์ที่พึงจะมีจะได้ในสัดส่วนของการแบ่งมรดก 3 ไร่เศษ ในราคา 700,000 บาท แต่ราคาที่ 7 ล้าน คือเป็นราคาสูงมากคงไม่มีปัญญาหาเงินมาซื้อได้ ขณะที่ดินบริเวณบ้านก็ถูกปฏิเสธจะขายคืน ดู ๆ แล้วก็หมดปัญญาที่จะได้บ้านคืนไม่รู้จะต้องดำเนินการไปอย่างไร ตอนนี้สิ้นเนื้อประดาตัว แม้แต่บ้านที่สร้างมาเองกับมือ เคยนอน เคยอาศัยเกือบ 40 ปี ก็ไม่มีแล้ว

Advertisement

“ยังทำใจไม่ได้เพราะบ้านและที่ดินเป็นของพ่อ เป็นมรดกครึ่งชีวิตที่รักษาเอาไว้จนตอนนี้ตกเป็นของคนอื่นไม่โทษใคร อาจจะเป็นเพราะความโชคร้าย และรู้ไม่เท่าทันกระบวนการต่าง ๆ อาชีพเกษตรกรปลูกอ้อย ปลูกข้าว คงไม่มีปัญญาหาเงิน 7 ล้าน มาซื้อคืนได้ ขณะที่ดินด้านหลังที่มีอยู่กว่า 40 ไร่ ยังเป็นกรรมสิทธิ์รวม คงจะต้องดำเนินการขอแบ่งตามกรรมสิทธิ์ เพื่อไม่ให้มีปัญหาอีกภายหลัง ตอนนี้ยังมืดแปดด้านยังไม่รู้จะไปทางไหน อายุก็แก่เฒ่า ลูก ๆ หลาน ๆ เคยอยู่อาศัยร่วมกัน ได้แตกแยกไปคนละทิศละทาง ทุก ๆ คนในครอบครัวต่างเสียใจและหมดกำลังใจกับเรื่องนี้ แต่ยังสู้จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมต่อไปแม้จะมีความหวังน้อยนิด อย่างน้อยก็บ้านคืนก็ยังดี” นายไสวกล่าว