อย.เล็งทบทวนขึ้นทะเบียน-ตรวจสอบคุณภาพวัคซีนพิษสุนัขบ้าเทียบเท่าคน

21.03.18 | 14:56 น.
นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์

หลังจาก ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ออกมาตั้งคำถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ว่า มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ควบคุมได้แน่หรือ เนื่องจากปีนี้ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต ทั้งจำนวนสุนัขเพิ่มขึ้น และผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นในเวลาแค่ 3 เดือน เพราะมาจากการควบคุมปริมาณสุนัข ข้อจำกัดการฉีดวัคซีนในสัตว์ โดยเฉพาะมีปัญหาคุณภาพวัคซีน การขึ้นทะเบียนวัคซีน จนเกิดคำถามว่ามีเรื่องของความไม่โปร่งใสเข้ามาในกระบวนการควบคุมโรคหรือไม่นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่   21 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)  นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการขึ้นทะเบียนวัคซีนพิษสุนัขบ้าสำหรับสัตว์ ว่า วัคซีนในสัตว์ อย.จะตรวจจากเอกสารจากประเทศต้นทาง และสุ่มตรวจตัววัคซีนที่กระจายอยู่ในท้องตลาด หากพบตกมาตรฐานก็จะดำเนินคดีแต่จะดำเนินคดีในลักษณะใดก็จะขึ้นกับข้อเท็จจริง และกรณีบริษัทที่นำเข้าวัคซีนไม่ได้มาตรฐาน อย่างกรณีที่ตรวจพบวัคซีนไม่ได้มาตรฐานเมื่อปี 2559 นั้นก็ได้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเรียกเก็บออกจากท้องตลาด และเรียกผู้นำเข้าวัคซีนดังกล่าวเข้ามาสอบข้อเท็จจริง ทางบริษัทก็บอกว่าตัวเขาเป็นเพียงคนนำเข้า ไม่ได้ผลิต นำเข้ามาเพราะที่เชื่อว่าบริษัทผู้ผลิตนั้นมีมาตรฐาน ซึ่งเจ้าตัวก็ยินดีถอนทะเบียนตำรับออกไปแล้ว และเป็นหน้าที่ที่เขาต้องแจ้งอย.ของประเทศต้นทางให้ดำเนินการเข้าตรวจสอบบริษัทผู้ผลิตต่อไป

“ อย.เป็นเพียงหน่วยงานที่ตรวจและขึ้นทะเบียนเท่านั้น ส่วนการสั่งซื้อ การกระจายวัคซีนนั้นเป็นหน้าที่ของผู้สั่งซื้อกับบริษัทที่ได้รับอนุญาต หรือกรมปศุสัตว์ ไม่เกี่ยวกับอย. อย่างไรก็ตามกรณีนี้เป็นบทเรียนให้อย.ต้องมาทบทวนว่าอาจต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น เหมือนยาที่ใช้ในคน หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนข้อกำหนดก็เพื่อให้การขึ้นทะเบียนมีความเข้มข้นขึ้นก็ต้องทำ เช่น ปรับเปลี่ยนให้มาตรการเท่ากับในคน คือต้องตรวจวิเคราะห์ก่อนให้ขึ้นทะเบียนและนำเข้ามาในประเทศ แต่ทั้งหมดขึ้นกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะประชุมกันในเร็วๆ นี้” นพ.วันชัย กล่าว และว่า สำหรับปัจจัยที่ทำให้วัคซีนไม่ได้มาตรฐานเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่โรงงานที่ผลิต การเก็บ การส่งต่อ ผู้ใช้มีการเก็บ การบริหารการฉีดยาถูกต้องหรือไม่ เป็นต้น แต่โดยหลักการผู้ตรวจจะตรวจทุกขั้นตอนพบตรงไหนก็จะแจ้งทันที แต่ล๊อตที่เจอเราคาดว่ามาจากต้นทางผู้ผลิตแต่ก็ต้องแจ้งไปที่ อย.ของประเทศต้นทางว่าให้ไปสืบต่อว่ากระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไรซึ่งเกินอำนาจของอย.ในไทย

ด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนยาของคนและสัตว์จะแตกต่างกัน  โดยกรณีการขึ้นทะเบียนยาในคน จะตรวจสอบเอกสาร ตรวจวิเคราะห์คุณภาพ ประสิทธิภาพของยาก่อนอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน แต่การขึ้นทะเบียนยาในสัตว์จะดูเพียงเอกสารแหล่งที่มา การรับรองจากประเทศต้นทาง ซึ่งก็เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก แต่จะวิเคราะห์ตัวอย่างก่อนหรือไม่ก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ซึ่งของประเทศไทย เนื่องจากวัคซีนหรือยาสัตว์จะมีหลายขนาน หลายบริษัทนำเข้า ส่วนใหญ่จะขอดูเอกสารรับรองจากประเทศต้นทาง และสุ่มตรวจในท้องตลาดเป็นระยะ เพราะการตรวจก่อนอาจทำให้กระบวนการนำเข้ามาใช้ล่าช้า

นพ.สุรโชค กล่าวต่อว่า ในปี 2559 ทางอย.ได้มีการอนุญาตให้มีการนำเข้าวัคซีนจาก 8 บริษัท ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างในคลินิกเอกชนที่จ.นครสวรรค์ก็พบว่าวัคซีนไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมาจาก 1 ใน บริษัทที่ได้รับอนุญาตจึง ทำเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนของบริษัทดังกล่าวออกจากท้องตลาด ประมาณ  1 ล้านโดส ที่เหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะมีการสั่งซื้อจากบริษัทที่ยังเหลืออยู่ 7 แห่งมาทดแทน แต่ที่จริงในปีนั้นปริมาณการใช้วัคซีนในสัตว์ก็ลดลงเหลือประมาณ 7 ล้านโดสเท่านั้น  แต่อย่างไรก็ตามประเด็นที่พบสุนัขเป็นโรคพิษสุขบ้านั้นจริง ๆ อยู่ที่สุนัขไม่ได้รับการฉีดวัคซีนมากกว่า โดยเฉพาะสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ

Advertisement

เมื่อถามว่าบริษัทที่วัคซีนไม่ได้มาตรฐาน ได้มีการอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนจำหน่ายในประเทศไทยได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นพ.สุรโชค กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบต่อไป เพราะบางบริษัทขึ้นทะเบียน 1 ปี บางบริษัทขึ้นทะเบียนนานกว่านั้น แต่ตั้งแต่ปี 2560 อย.ก็ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมปศุสัตว์ สุ่มตรวจวัคซีนพบว่าวัคซีนผ่านมาตรฐานทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าหลังมีการเรียกคืนวัคซีน มีการจัดหาวัคซีนเพิ่มและมีการตรวจคุณภาพล็อตใหม่ด้วยหรือไม่  นพ.สุรโชค กล่าวว่า แต่ละปีประเทศไทยมีการนำเข้าวัคซีนพิษสุนัขบ้าในสัตว์ประมาณ 10 ล้านโดส ส่วนใหญ่วัคซีนจะกระจายไปอยู่ตามภาคเอกชนประมาณ 8-9 ล้านโดส ส่วนบริษัทที่ขึ้นทะเบียนวัคซีนพิษสุนัขบ้าในสัตว์มีทั้งสิ้น 8 บริษัท ปัจจุบันเหลือเพียง7 บริษัท หลังจากพบว่าไม่ได้คุณภาพ 1 บริษัทและถอนทะเบียนออกไป โดยในช่วงปีนั้นมีปัญหาฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าในสัตว์ลดลงเหลือประมาณ 7 ล้านโดส แม้จะเรียกคืนมา 1 ล้านโดส ก็ถือว่ายังเพียงพอ เพราะของบริษัทอื่นที่ขายไม่หมดก็นำมาทดแทนตรงนี้ และจากการสุ่มตรวจวัคซีนของทุกบริษัทที่เหลือร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกรมปศุสัตว์ ก็พบว่าผ่านมาตรฐานทั้งหมด