ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการแชร์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียกันอีกครั้ง เกี่ยวกับวัตถุกันเสียที่ผสมในเส้นก๋วยเตี๋ยว โดยเผยแพร่ว่ามีจำนวนเกินค่ามาตรฐานจำนวนมาก โดยข้อความระบุว่า เป็นการศึกษาจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี ที่ตรวจพบว่ามีการใช้วัตถุกันเสียเกินค่ามาตรฐาน ตั้งแต่ 1,079-17,250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งมากมายมหาศาลและเสี่ยงทำลายตับและไต โดยเฉพาะในเส้นเล็กพบอันตรายที่สุดถึง 17,250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม รองลงมาคือ เส้นหมี่ 7,825 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ก๋วยจั๊บเส้นใหญ่ 7,358 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ก๋วยจั๊บเส้นเล็ก 6,306 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม บะหมี่โซบะ 4,593 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 4,230 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จนทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลกัน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชน ได้สอบถามไปยัง นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลฯนั้น เป็นข้อมูลเก่าตั้งแต่ในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี 2550 โดยเป็นการนำเสนอผลงานวิจัยของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี ที่ตรวจพบว่ามีการใช้วัตถุกันเสียในเส้นก๋วยเตี๋ยวเกินเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด และจากการนำเสนอข้อมูลงานวิจัยนี้ ทำให้ในปี 2551 กระทรวงสาธารณสุข เกิดความร่วมมือระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมอนามัย และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศก็ได้มีการพัฒนาและออกสุ่มตรวจคุณภาพเส้นก๋วยเตี๋ยว ผ่านโครงการก๋วยเตี๋ยวอนามัยขึ้น โดยเน้นควบคุมเรื่องการใช้ปริมาณวัตถุกันเสียและสุขลักษณะการผลิตที่ดี (GMP) ส่งผลให้การใช้วัตถุกันเสียลดลง
“เมื่อก่อนพบวัตถุกันเสียในเส้นก๋วยเตี๋ยวจริง แต่เมื่อมีการพบก็ได้เกิดความร่วมมือและพัฒนาให้คำแนะนำโรงงานในการผลิต ปัจจุบันพบวัตถุกันเสียน้อยลงมาก แม้จะมีบ้างแต่ปริมาณไม่ได้เยอะขนาดเท่าเมื่อปี 2550 โดยของเก่าพบเกินหลายสิบเท่า แต่ปัจจุบันเกินมาตรฐานมากสุดประมาณ 2 เท่า แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นอันตรายจนต้องตื่นตระหนก เพราะเมื่อกรมฯตรวจพบได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแจ้งไปยังโรงงานผู้ผลิตให้ปรับปรุงโดยด่วนแล้ว ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนที่รับข้อมูลเหล่านี้อย่าตกใจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแนะนำให้กินก๋วยเตี๋ยวทุกวัน เพราะตามหลักโภชนาการแล้วควรรับประทานอย่างหลากหลายดีที่สุด” นพ.สุขุมกล่าว
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบคุณภาพที่ผ่านมานั้น สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้ทำการติดตามผลการดำเนินงาน โดยทำการตรวจวิเคราะห์วัตถุกันเสียในเส้นก๋วยเตี๋ยวโดยวิธีทางห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2555 – 2559 จากจำนวนตัวอย่างทั้งหมด 370 ตัวอย่าง ตรวจพบการใช้วัตถุกันเสียเกินมาตรฐานกำหนด 71 ตัวอย่าง หรือคิดเป็น ร้อยละ 19.2 วัตถุกันเสียที่พบคือ กรดซอร์บิค ร้อยละ 3.1 และพบไม่เกินค่ามาตรฐานทุกตัวอย่าง โดยมีปริมาณที่พบอยู่ระหว่าง 102 – 414 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และกรดเบนโซอิค พบเกินมาตรฐานกำหนดจำนวน 71 ตัวอย่าง หรือร้อยละ 28.6 โดยปริมาณที่พบอยู่ระหว่าง 10.6 – 3,995 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะเส้นก๋วยจั๊บ เส้นใหญ่ และเส้นผัดไทชนิดแห้ง และเมื่อนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบกับข้อมูลจากงานวิจัยในปี 2550 พบว่า จำนวนตัวอย่างที่ตรวจพบการใช้วัตถุกันเสียเกินมาตรฐานกำหนดลดลงจาก ร้อยละ 36 เหลือเพียง ร้อยละ 19.2 และปริมาณวัตถุกันเสียที่ตรวจพบสูงสุดลดลงจาก 17,250 เหลือเพียง 3,995 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยที่ค่ามาตรฐานกำหนด ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 พ.ศ. 2547 กำหนดให้พบได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

รศ.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า วัตถุกันเสีย ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นกรดเบนโซอิค ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโต ของเชื้อจุลินทรีย์ ส่วนพวกยีสต์ และรา ก็จะมีการใส่ผสมเช่นกัน แต่สารป้องกันราใส่น้อยมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ส่วนที่กำหนดค่ามาตรฐานอยู่ที่การรับวัตถุกันเสียต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เพราะจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ข้อมูล ณ ปัจจุบันวัตถุกันเสียที่พบในเส้นก๋วยเตี๋ยวถือว่าน้อยมาก ไม่เท่ากับอดีตเมื่อปี 2550 ซึ่งขณะนั้นผู้ผลิตก็ต้องการรักษาเส้นก๋วยเตี๋ยวทั้งชนิดอบ ชนิดตากแห้งให้อยู่ทนอยู่นานที่สุดก็อาจมีการใส่มาก เพราะต้องมีการขนส่งไปยังจังหวัดต่างๆ ทำให้ตรวจพบวัตถุกันเสียปริมาณสูง แต่ปัจจุบันมีการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ จึงไม่ต้องกังวล เพราะปริมาณที่พบก็ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นตับไตพัง อย่างที่มีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์

รศ.ทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประกอบกับปัจจุบันผู้ผลิตก็มีกรรมวิธีในการผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ดีขึ้น ลดการใช้วัตถุกันเสีย หรือใช้น้อยลงมาก โดยหน่วยงานรัฐก็มีการเข้าไปแนะนำ ทั้งวิธีการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ ความสะอาดให้ปลอดเชื้อจุลินทรีย์ การใช้วัตถุกันเสียก็จะน้อยตามลงไป ดังนั้น ขอให้มั่นใจ อย่าตื่นตระหนก แต่ที่สำคัญก็ไม่แนะนำให้รับประทานแต่เส้นก๋วยเตี๋ยวอย่างเดียว ควรบริโภคตามหลักโภชนาการ คือ กินอาหารอย่างหลากหลาย ครบ 5 หมู่ และถูกสุขลักษณะดีที่สุด

