ศาลแพ่งตัดสิน กงสี ‘โตทับเที่ยง’ ให้แบ่งหุ้น 19 บริษัท ที่ดิน 30 แปลง อาคาร ให้พี่น้อง 9 คน

21.03.18 | 20:06 น.

มรดกกงสี “โตทับเที่ยง” เจ้าของปุ้มปุ้ย ยกแรก ศาลแพ่งธนบุรี ตัดสินแบ่งหุ้น 19 บริษัท ที่ดินกว่า 30 แปลง อาคารร่วม 25 ห้อง ให้พี่น้อง 9 คน หากที่ดิน สิ่งปลูกสร้างแบ่งไม่ได้ให้ขายแบ่งเงิน คดีลุ้นต่อยังอุทธรณ์ได้ใน 30 วัน

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เกิดข้อพิพาทกันเกี่ยวกับมรดกธุรกิจตระกูลโตทับเที่ยง  กลุ่มธุรกิจใหญ่ใน จ.ตรัง โดยประกอบธุรกิจผลิตจำหน่าย ปลากระป๋อง ชื่อดัง “ปุ้มปุ้ย” และอาหารสำเร็จรูปชนิดต่างๆ รวมทั้งธุรกิจโรงแรมกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานานจนยื่นฟ้องกันเป็นคดีนั้น ล่าสุดศาลแพ่งธนบุรี ถ.เอกชัย-บางบอน มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนายสุธรรม โตทับเที่ยง บุตรคนโตของตระกูล และพี่น้อง รวม 9 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุรินทร์ โตทับเที่ยง บุตรคนที่ 3 ในตระกูลกับภรรยา, บุตรและบุคคลในตระกูลโตทับเที่ยง รวม 6 คนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทและที่ดินต่างๆ เป็นจำเลยที่ 1-6 ในคดีหมายเลขดำที่ พ.2264/2559 เรื่อง ขอแบ่งทรัพย์สินในกงสี หรือทรัพย์ของครอบครัวที่ทำมาหากินร่วมกัน ซึ่งฝ่ายจำเลยถือแทนทายาทอื่น

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ทั้ง 9 และจำเลยทั้ง 6 แล้วเห็นว่า แม้ภายหลังคนในตระกูลโตทับเที่ยง จะไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หรือหุ้นส่วนมากในบริษัทที่เป็นธุรกิจหลักของครอบครัว แต่ก็ปรากฏว่ามีบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อถือครองทรัพย์สินของกงสี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทนั้นๆ แทน จึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าโจทก์และจำเลยกับพวก ซึ่งเกี่ยวพันเป็นเครือญาติในตระกูลโตทับเที่ยง ได้จัดตั้งบริษัทต่างๆขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจของครอบครัวในลักษณะกงสี

ดังนั้น ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้ง 6 โอนหุ้นที่แต่ละคน ถืออยู่ใน 1.บริษัทกว้างไพศาล จำกัด 2.บริษัท กว้างโฮลดิ้ง จำกัด 3.บริษัท เอส.ตรัง คอมเพล็กซ์ จำกัด 4.บริษัท เอส ตรัง ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด 5.บริษัท เอส.ตรัง เอ็นเตอร์ไพร้ส์ จำกัด 6.บริษัท ตรังแคนเนอรี่ จำกัด 7.บริษัทโรงแรมธรรมรินทร์ จำกัด 8.บริษัท อะเมซิ่ง ไอเดีย จำกัด 9.บริษัท ตรังกว้างไพศาล จำกัด 10.บริษัท กว้างไพศาล โฮลดิ้ง จำกัด 11.บริษัท โตโฮลดิ้ง จำกัด 12.บริษัท ตรังโฮลดิ้ง จำกัด 13.บริษัท ไกรตะวัน จำกัด 14.บริษัท ตรังชัวร์ จำกัด 15.บริษัท ดิสทริค ดีเวลลอปเม้นท์ 2000 จำกัด 16.บริษัท ล้านรอยยิ้ม จำกัด 17.บริษัท คอนสแตนท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด 18.บริษัท ตรังทราเวิล แอนด์ อะเมซิ่ง จำกัด และ 19.บริษัท เอส.ทีแมเนจเม้นท์ (2013) จำกัด จำนวน 9 ใน 10 ส่วนของหุ้นที่ฝ่ายโจทก์และจำเลยถืออยู่ในแต่ละบริษัท

และให้จำเลยที่ 1 โอนโฉนดที่ดิน 16 แปลง ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง  ให้จำเลยที่ 4 โอนโฉนดที่ดิน 2 แปลง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง กับโฉนดที่ดิน 9 แปลง ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้าน 5 หลัง   ที่ดินตาม น.ส.3 ต.นาท่ามเหนือกับ ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง โดยให้จำเลยที่ 4-6 โอนโฉนดที่ดิน 2 แปลง ต.คลองสาน อ.คลองสาน กทม.พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารตึกแถว 2 ชั้น 19 ห้อง รวมทั้งตึกแถว 2 ชั้น 4 ห้อง และตึกแถวไม่มีเลขที่อีก 2 ห้อง ในจำนวน 9 ใน 10 ส่วนของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยถือกรรมสิทธิ์นั้นให้กับโจทก์ทั้ง 9 คน

ทั้งนี้หากจำเลยทั้ง 6 คน ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาและหากไม่สามารถโอนหุ้นหรือที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างข้างต้นคืนให้โจทก์ทั้ง 9 คน ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ให้จำเลยผู้ถือหุ้นนั้นชดใช้ราคาหุ้นและให้จำเลยชดใช้ราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงินแทน โดยจำนวนและราคาหุ้นหรือราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามบัญชีหุ้นและที่ดินท้ายคำพิพากษา หากไม่สามารถแบ่งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างได้ก็ให้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างนั้นออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้แบ่งให้โจทก์ทั้ง 9 คน อัตรา 9 ใน 10 ส่วน

Advertisement

นอกจากนี้ยังให้จำเลยทั้ง 6 คน ชำระค่าทนายความอีก 50,000 บาท แทนโจทก์ทั้ง 9 คนด้วย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดีคำพิพากษาดังกล่าว ยังเป็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งคู่ความยังสามารถยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่อ่านคำพิพากษาวันที่ 20 มีนาคม 61