หมอจุฬาฯ ชี้กรณีเด็กถูกสุนัขกัดแผลหนัก แม้ฉีดวัคซีนจนอาการดีขึ้น แต่พบเชื้อพิษหมาบ้าในสุนัข ทำให้เสี่ยงสูงสุด ต้องเฝ้าระวังโรคอีก 1 ปี พร้อมถามกลับกรมปศุสัตว์จะก่อสร้าง รง.วัคซีนต้องแน่ชัด สร้างป้องกันคนหรือสัตว์
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึงข้อกังวลกรณีเด็กถูกสุนัขกัด ซึ่งได้รับวัคซีนและเซรุ่มป้องกันโรคแล้ว แต่ปรากฏว่า กรมปศุสัตว์ตรวจพบเชื้อพิษสุนัขบ้าในสุนัขที่กัดเด็ก จนเกิดข้อกังวลว่า เด็กจะมีอันตรายหรือไม่ ว่า กรณีที่ถูกสุนัขกัดจนมีแผลเหวอะหวะ หรือถูกกัดมากนั้น ถือเป็นเคสที่ต้องระวังอย่างมาก เพราะมีความเสี่ยงสูงสุด แม้จะฉีดวัคซีนและฉีดเซรุ่มรอบแผลแล้วก็ตาม หรือแม้แต่อาการจะดีขึ้นก็จำเป็นต้องเฝ้าระวังไปอีก 1 ปีจึงจะมั่นใจได้ว่าปลอดจากเชื้อพิษสุนัขบ้าแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญต้องระมัดระวังสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ทั้งหมาแมว หากไม่มั่นใจว่าฉีดวัคซีนหรือไม่ ต้องหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะสัตว์จรจัด ส่วนใครที่ถูกกัด ข่วน หรือเลียก็ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคดีที่สุด เพราะป้องกันดีกว่าไม่ป้องกันเลย
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวถึงกรณีกรมปศุสัตว์มีแผนสร้างโรงงานวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ว่า เรื่องนี้ต้องให้ชัดเจนก่อนว่าเตรียมแผนสร้างโรงงานวัคซีนในคนหรือในสัตว์กันแน่ เพราะหากป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคน ก็ต้องถามกลับว่าจะคุ้มค่าและมีความเป็นไปได้แค่ไหน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีโรงงานวัคซีนในคนสำเร็จ อย่างกรณี โรงงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่องค์การเภสัชกรรม(อภ.) วางแผนจะก่อสร้างก็ไม่แล้วเสร็จเสียที ใช้เวลานานมาก ขณะที่หากมองเรื่องความคุ้มทุนแล้ว ปัจจุบันทั้งจีนและอินเดียก็มีศักยภาพในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคนเช่นกัน ดังนั้น หากจะผลิตก็ต้องมองหลายอย่าง
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า หากเตรียมแผนก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ก็ต้องพิจารณาดีๆ เพราะแม้จะเป็นวัคซีนที่ผลิตง่าย แต่ก็มีราคาถูกอยู่แล้ว และที่สำคัญต้องพิจารณาด้วยว่า ไทยสามารถควบคุมโรค ทั้งปูพรมคุมกำเนิดในสัตว์ ฉีดวัคซีน โดยควบคุมโรคได้ใน 2 ปีหรือไม่ มีการปิดประตูชายแดน คอยควบคุมโรคข้ามแดน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จริงๆก็ไม่จำเป็นต้องตั้งโรงงาน แต่หากทำไม่ได้ หรือต้องใช้เวลาในการควบคุมโรคถึง 3 ปี ก็สร้างโรงงานไว้ก็ดี เพื่อความมั่นคงของประเทศ ส่วนที่ว่าหากสร้างโรงงานผลิตวัคซีนในสัตว์ได้แล้ว มีโอกาสส่งออกได้หรือไม่ อันนี้ค่อนข้างยากเพราะคู่แข่งทั้งจีน อินเดียก็มีศักยภาพสูงในการผลิตวัคซีนในสัตว์เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันจีนก็ผลิตเอง และยังนำมาบรรจุเก็บที่สถานเสาวภาด้วย ซึ่งตรงนี้ทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องชัดเจนด้วยว่า จะก่อสร้างโรงงานวัคซีนป้องกันในสัตว์หรือในคน
“ที่สำคัญก็ต้องชัดเจนเรื่องคำถามต่างๆ ด้วย อย่างวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์มีราคาถูกมากฉีดได้ในราคาตัวละประมาณ 10-15 บาท แต่ที่ผ่านมาเคยมีข่าวว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ลงไป ตรวจสอบพบว่าบางพื้นที่มีการใช้งบกับการฉีดวัคซีนให้สัตว์ตกตัวละ 50 บาท ซึ่งตรงนี้สตง.ลงไปตรวจสอบเจอที่ท้องถิ่นบางแห่ง จริงๆก็ต้องไปสอบถามว่าสุดท้ายเรื่องนี้เป็นอย่างไร ควรมีคำตอบที่ชัดเจน” ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

