ทนายดังยื่นสภาทนายความตรวจสอบ ‘ทนายษิทรา’

22.03.18 | 20:28 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริษัท บุญถาวรกฎหมายและธุรกิจ จำกัด ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 ต.โพธิ์ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศณีสะเกษ อาชีพทนายความ ในสังกัดสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ เลขที่ 2208/2544 เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึง ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายสุนทร ทรัพย์ตันติกุล ประธานกรรมการมรรยาททนายความ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่สมาชิกสภาทนายความผู้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นทนายความชื่อ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด และมูลนิธิทีมงานทนายความประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม ที่มีนายเกษม สมณวัฒนา เป็นผู้ขอยื่นจัดตั้งมูลนิธิต่อนายทะเบียนมูลนิธิ จ.สมุทรสง เลขทะเบียนที่ 114 / 2559 ว่า บุคคล และนิติบุคคลดังกล่าวข้างต้น ได้ร่วมกันจัดตั้งนิติบุคคล (มูลนิธิ) และดำเนินกิจการของมูลนิธิ เป็นการแข่งขันกับองค์กรที่ตนเองสังกัดสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และกระทำการเข้าข่ายการกระทำผิดตามข้อบังคับมารยาท และบทบัญญัติของกฎหมาย แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2538 หรือไม่อย่างไร

นายบุญถาวรกล่าวอีกว่า กรณีมูลนิธิดังกล่าว ได้ระบุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในข้อ 3 ระบุว่า ช่วยเหลืออรรถคดีผู้บริสุทธิ์ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายษิทรา ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในคดี “หวย 30 ล้านบาท” ในนามมูลนิธิ ทั้งๆ ที่ผู้ร้องขอไม่ได้อยู่ในสถานะเป็นผู้ยากไร้ อันเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ ขอให้ทางสภาทนายความได้พิจารณาตรวจสอบรายละเอียดไปยังนายทะเบียนมูลนิธิ จ.สมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“นอกจากนี้แล้ว กรณีนายษิทราได้เขียนข้อความว่าตนเองเป็นทนายความที่ทำหน้าที่เป็นทนายความจำเลยในคดีอาญาของศาลจังหวัดแห่งหนึ่ง จนว่าความแก้ต่างคดีให้จำเลยในคดีที่มายื่นคำร้องขอความช่วยเหลือมูลนิธิจนได้รับอิสรภาพ ภายหลังจากศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง และผู้พิพากษาคนหนึ่งได้พูดยกย่องตนเอง ต่อมานายษิทราได้เขียนบทความดังกล่าวลงในเฟซบุ๊ก หรือสื่อออนไลน์ของตนเอง จนมีการแชร์รูปถ่ายการก้มกราบของจำเลย และข้อความไปในสื่อออนไลน์ต่อๆ กัน ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยว่ากรณีดังกล่าวข้างต้น ได้มีผู้พิพากษาพูดยกย่องทนายความจริงหรือไม่ และหากมีผู้พิพากษาคนดังกล่าวชื่ออะไร และกล่าวคำยกย่องฉบับเต็มๆ ว่าอย่างไร และเมื่อใด ทั้งนี้ ขอให้นายกสภาทนายความ และประธานกรรมการมรรยาททนายความ ตรวจสอบข้อเท็จจริงข้างต้น และหากผลสรุปการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นความจริงไปตามคำร้องเรียนของตน และเข้าข่ายการกระทำข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรม และมารยาททนายความแล้ว ขอให้ดำเนินคดีมารยาทกับผู้ถูกร้องเรียนตามระเบียบกฎหมายต่อไป” นายบุญถาวร กล่าว