‘ปนัดดา’ พบปะผู้บริหาร เป็นครูพิเศษ บ้านปรานี นครปฐม ระบุ’ความเพียรตามพระบรมราโชวาทเป็นหัวใจแห่งความสำเร็จ’

22.03.18 | 21:24 น.

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม เข้าตรวจเยี่ยม พบปะผู้บริหาร ข้าราชการ ครูอาจารย์ ฝ่ายปกครอง ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี อ.สามพราน จ.นครปฐม และเป็นครูพิเศษ วิชา ‘สังคมศึกษา ภูมิรัฐศาสตร์ และภาษาอังกฤษพื้นฐาน’ แก่ลูกหลาน ที่ ห้องประชุม ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี อ.สามพราน จ.นครปฐมว่า

“ลูกหลานได้รับปากแล้วว่าจะนำสิ่งที่พูดคุยกันวันนี้ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดมรรคเกิดผล ทั้งหมดอยู่ที่ใจของลูกหลานและการกระทำ เมื่อเราคิดดี ปรารถนาดีต่อกัน ร่วมกันศึกษาเรียนรู้ในสิ่งที่เกิดประโยชน์ระหว่างกันและสังคม ผลลัพธ์ย่อมเป็นบวก เป็นความสมัครสมานสามัคคีในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ โดยมองถึงสิ่งที่สังคมและประเทศชาติจะได้รับจากการกระทำของตัวเรา เช่น หากใครผู้หนึ่งยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอันถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและเป็นภยันตรายใหญ่หลวงต่อชีวิต เรื่องนี้ ทั้งตนเอง คนใกล้ตัว ย่อมได้รับผลกระทบทั้งภยันตราย และความล่มสลายในการดำรงชีวิต อีกข้อคือชื่อเสียงเกียรติยศของประเทศชาติ โดนประชาคมโลกดูหมิ่นดูแคลน เหมือนบทสรุปขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน ประเทศที่อยู่ในระดับต้นๆ ของอัตราเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย จะมีความหมายถึงประเทศที่กำลังพัฒนาหรือยังไม่พัฒนา การแก้ไขจึงจำต้องแก้ให้ถูกจุด คือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียงเกียรติภูมิ เราต้องรักชาติ เราต้องมีความภาคภูมิใจในชาติ ผมไม่อาจทราบได้ว่าลูกหลานมีความพรั่งพร้อมกันมากน้อยเพียงใด แต่ก็อยากจะมอบกำลังใจและแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่กัน กำลังใจและความเพียรตามพระบรมราโชวาทถือเป็นหัวใจแห่งความสำเร็จ เราทุกคนต้องมีและยึดเหนี่ยว พิสูจน์ความจริงใจ ความตั้งใจจริง ได้หรือไม่ได้สำคัญที่ตรงนี้ ครูอาจารย์และฝ่ายปกครองย่อมเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดลูกหลานมากที่สุด การติดตามประเมินผลหรือตัวชี้วัดจึงถือเป็นแนวนโยบายสำคัญที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และต้องทำอย่างตรงไปตรงมา ผู้บริหารต้องกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการติดตามผลการดำเนินงาน สำเร็จมากถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี หากสำเร็จน้อยต้องรีบปรับปรุงแก้ไข ทั้งโดยสูตรสำเร็จ หรือการคิดนอกกรอบ ผลสัมฤทธิ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นย่อมเป็นแบบอย่างแก่ศูนย์ฝึกและอบรมฯ และสถานพินิจฯ แห่งอื่นๆ ได้ถือเป็นแบบอย่าง ที่เรียกว่า ‘แบบอย่างธรรมชาติ’ ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษา ศึกษาเปรียบเทียบ และสามารถแก้ไขได้ทันที”