นักวิชาการแนะ ให้ยกปัญหาค่าฝุ่นขนาดเล็กเป็นภัยพิบัติ

23.03.18 | 15:49 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2561 ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีการจัดเสวนา “หาทางออกร่วมกันในการลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร”

นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา นักวิชาการ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตอธิบดี คพ.กล่าวว่า จากสถิติค่าฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อปี 2556 เปรียบเทียบกับปี 2560 ค่าฝุ่นละอองลดลงร้อยละ 25 แต่ค่าฝุ่นที่ลดลงไม่ได้บอกว่าให้วางใจ ฉะนั้น การแก้ปัญหาต้องเกาให้ถูกที่คัน สภาพอากาศที่เป็นตัวแปร ส่วนแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองมาจากการเผาไหม้ของดีเซลจากการจราจรและอุตสาหกรรมร้อยละ 52 เกิดจากการเผาร้อยละ 35 และเกิดจากการแปรปรวนของของสภาพอากาศผนวกกับการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดมลพิษต่างๆ ดังนั้น เห็นจำเป็นต้องใช้มาตรการระยะยาวเพื่อลดค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ควบคู่กับการใช้มาตรการระยะสั้น 3 เดือนเป็นมาตรการเฉพาะกิจช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี และเห็นควรยกระดับขึ้นเป็นภัยพิบัติของประเทศ

นายสุพัฒน์กล่าวว่า มาตรการระยะสั้น “ลดจำนวนแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศ” ขยายเขตพื้นที่การจำกัดเวลารถบรรทุกเข้าในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มจากเขตรอยต่อกับจังหวัดปริมณฑลออกไปถึงวงแหวนรอบนอก หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จำกัดเวลารถบรรทุกขนาดเล็กตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ป้ายทะเบียนสีเขียว เข้าในกรุงเทพมหานครในชั่วโมงเร่งด่วน และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นอีก ให้จำกัดรถส่วนบุคคลเข้าในกรุงเทพมหานคร ทะเบียนรถเลขคู่ในวันคู่ และทะเบียนรถเลขคี่ในวันคี่ สำหรับมาตรการระยะยาว ควรจัดการจราจรให้คล่องตัว เช่น ห้ามจอดรถริมถนนสายหลักทุกสายอย่างเด็ดขาดตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 21.00 น. และจัดระเบียบการจราจรและคมนาคมขนส่งให้เป็นไปตามกฎจราจรอย่างเข้มงวด ควบคุมการก่อสร้างในเขตกรุงเทพมหานครให้ดำเนินมาตรการควบคุมการเกิดและการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ให้การก่อสร้างโครงการของรัฐปรับแผนการก่อสร้าง เพื่อลดกิจกรรมหรือชะลอการก่อสร้างในส่วนที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ให้มีการเผาศพเฉพาะที่ใช้เตาเผาศพไร้ควันเท่านั้น เพราะแหล่งกำเนิดค่าฝุ่นรองลงมาคือการเผาร้อยละ 35