หน้าแรก ในประเทศ ของคนตายก็ไม่...

ของคนตายก็ไม่เว้น! โจรคลุมจีวรย่องขโมยมือถือ 7 เครื่องในงานศพ ญาติขอวิญญาณไปเอาคืน

23.03.18 | 17:34 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 23 มีนาคม ร.ต.อ.กิจจา คุ้มแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งว่า มีเหตุลักทรัพย์ภายในศาลาสวดพระอภิธรรมศพ วัดสุวรรณรัตนาราม (แคราย) อ.กระทุ่มแบน จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน และปลัดอาวุโสอำเภอกระทุ่มแบน ซึ่งเมื่อไปถึงได้พบกับผู้เสียหายหลายคนที่เป็นญาติพี่น้องกัน ซึ่งได้มานอนเฝ้าศพด้วยกันเมื่อคืนที่ผ่านมา


นางสาวสุภาพร คุณชะนะกิจ ญาติของผู้เสียชีวิตเล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ญาติพี่น้องประมาณ 10 คน ได้มานอนเป็นเพื่อนกัน เพื่อเฝ้าศพของน้องนัท ในการสวดพระอภิธรรมศพคืนที่ 5 โดยช่วงดึกทุกคนหลับสนิท เพราะความอ่อนเพลียจากการจัดงานศพ จึงไม่รู้ว่าขโมยเข้ามาฉกเอาโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ข้างลำตัวแต่ละคนรวม 2 เครื่อง โทรศัพท์ที่ชาร์ตแบตทิ้งไว้ตรงหัวนอน 3 เครื่อง และใส่ไว้ในกระเป๋าอีก 2 เครื่อง ไปตอนไหน โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 40,000 บาท ซึ่ง 1 ใน 7 เครื่องนี้มีของผู้เสียชีวิตรวมอยู่ด้วย อีกทั้งยังมีเอกสารทางราชการอีกจำนวนหนึ่ง และเงินสดอีกเล็กน้อย โดยมารู้ว่าโทรศัพท์หายไปในช่วงประมาณตี 2 เพราะหลานชายตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นโทรศัพท์ จึงสอบถามว่ามีใครเก็บไปหรือเปล่า จากนั้นทุกคนก็หาโทรศัพท์ของตนเอง จึงรู้ตัวว่าโทรศัพท์มือถือหายไปแล้ว เหลือเพียงโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เป็นของพ่อผู้เสียชีวิตที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงข้างเอว กับ โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าสภาพแบตเตอรี่บวมเท่านั้น โดยทางญาติๆ ก็หวังว่า ดวงวิญญาณของน้องนัทจะตามไปเอาโทรศัพท์มือถือของน้องนัท และของทุกๆ คนกลับคืนมา อีกทั้งยังจะพาคนกระทำผิดเข้าตะรางได้อีกด้วย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิดที่ติดไว้ด้านหน้าศาลาสวดพระอภิธรรมศพ แต่หักมุมลงพื้นนั้น ก็ทำให้เห็นภาพของชายคนหนึ่ง ศีรษะโล้น รูปร่างค่อนข้างสูงท้วม มีรอยสักที่หน้าอก ต้นแขน อำพรางตัวเลียนแบบพระสงฆ์ด้วยการห่มจีวรคลุมตัว ซึ่งจีวรนั้นก็เป็นจีวรที่ตากไว้ตรงราวผ้าห้องน้ำพระสงฆ์ โดยหัวขโมยได้เดินตรวจตราบริเวณศาลาตั้งศพ แล้วก็นำไม้และลวดที่ใช้ขึงผ้าหรีด มาประกอบเป็นอุปกรณ์ในการก่อเหตุด้วยการทำเป็นบ่วงให้ยาว แล้วใช้คล้องโทรศัพท์มือถือเพื่อค่อยๆ ลากออกมา

Advertisement

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับจะได้มีการตรวจสอบไปยังร้านขายโทรศัพท์มือถือมือสองด้วย ว่ามีชายต้องสงสัยนำโทรศัพท์มือถือไปขายหรือไม่ เพื่อที่จะได้ติดตามนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป