ตม.จับ3คดีอุกฉกรรจ์ ปากีสถานผลิต-ค้ายาเค รัสเซียก่อคดีปล้น มาเลย์ควงปืนสงครามยิงถล่มนักธุรกิจ

23.03.18 | 17:45 น.

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สวนพลู) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม.(ปป) พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผบก.ตม.4 และพ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผบก.ตม.4 แถลงจับกุมคดีสำคัญ3คดี ประกอบด้วย 1.จับกุมชาวปากีสถานลักลอบผลิตและขายยาเคตามีน 2.จับกุมชาวรัสเซียหนีหมายจับคดีปล้นธนาคารในรัสเซีย และ3.จับกุมชาวมาเลเซียคดีฆ่านักธุรกิจชาวมาเลเซียในไทย


พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า คดีแรก บก.สส.สตม.ร่วมกับ ศรภ. ปปส. และสุนัขตำรวจ สืบทราบว่านายจิมมี่ ชาวปากีสถานแก๊งผลิตและขายยาเสพติดให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือเป็นรายใหญ่ อีกทั้งยังเกี่ยวกับการทำบัตรเครดิตปลอม โดยเปิดร้านกาแฟบังหน้าและใช้เป็นสถานที่ฟอกเงินจากยาเสพติด ต่อมาชุดสืบสวนได้ขอหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นเป้าหมายขบวนการค้ายาเสพติดชาวปากีสถาน2จุด คือ 1.บ้านเลขที่ 9 หมู่บ้านเสรี 2 ซอย 8 หรือซอยรามคำแหง 24 แยก 28 และ 2.ร้านอาหารกุลโมลาส ค็อฟฟี่ แอนด์ ฟู๊ด ซอยรามคำแหง 24 แยก 20 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ โดยสืบสวนทราบว่านายไรส์ อาหมัด บัคช์ หรือ จิมมี่ ราอิส อายุ 49 ปี สัญชาติปากีสถาน เป็นหัวหน้าขบวนการ

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมนายจิมมี่พร้อมภรรยา และลูกชาย สัญชาติไทย และตรวจยึดยาเคตามีน ลักษณะเป็นเกร็ดสีขาว น้ำหนัก 628 กรัม มูลค่าประมาณ 1.3 ล้านบาท แก้วบิ๊กเกอร์สำหรับแปลงยาเคตามีนให้เป็นเกร็ด เตาไฟฟ้า 3 อัน ถาดพลาสติกที่มีคราบยาเคตามีนติดอยู่ ซองพลาสติกและแผ่นรองที่มีเศษยาเคตามีน ไดร์เป่าผม เครื่องชั่งน้ำหนัก ฯลฯ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน เงิดสด 1 แสนบาท กำไลทอง 4 วง ต่างหูทอง 1 คู่ บัตร เอทีเอ็ม 9 ใบ รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีดำ ทะเบียน กต 7849 เชียงราย และรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต แคปติว่า สีเงิน ทะเบียน ฎอ 8566 กรุงเทพมหานคร

Advertisement

พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการค้นบ้านเลขที่ 9 หมู่บ้านเสรี 2 ซอย 8 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ ยังตรวจพบอุปกรณ์เกี่ยวกับปลอมแปลงบัตรเครดิตและทราเวลเช็คคือ เครื่องพิมพ์สัญลักษณ์ของบัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรส ลักษณะฮอโรแกรม เครื่องอ่านและบันทึกข้อมูลบัตรเครดิต เครื่องคอมพิวเตอร์ และเอกสารอื่นๆ ทั้งนี้ยังพบอีกว่า มีรถยนต์อยู่ในความครอบครองอีก 4 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน โดยจะตรวจยึดตามมาตรการป้องกันปราบปรามยาเสพติดต่อไป เบื้องต้นแจ้งข้อหากับนายไรส์ อาหมัด บัคช์ หรือ จิมมี่ ราอิส ภรรยาและลูกชาย ในข้อหา ร่วมกันผลิตวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครอง เพื่อขาย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่ง พงส.บช.ปส และจะสืบสวนขยายผลต่อไป

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 20 มี.ค.61 บก.สส.สตม.ร่วมกันควบคุมตัวนายรุสตัม อับดูรัคมานอฟ อายุ 35 ปี สัญชาติรัสเซีย ได้ที่บริเวณ ถนนสุรวงษ์ แขวงและเขตบางรัก หลังได้รับการประสานขอความร่วมมือจาก สอท.รัสเซีย ประจำประเทศไทย ขอให้ช่วยติดตามตัวนายรุสตัม เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลประเทศรัสเซียในความผิดเกี่ยวกับการปล้นอาวุธปืน การใช้ป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม การโจรกรรมหรือก่อความเสียหายกับเอกสาร

โดยพฤติการณ์คือเมื่อช่วง ธ.ค.57 – เม.ย.58 นายรุสตัมเป็นหัวหน้าแก๊งปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ โดยนายรุสตัม กับพวกเคยปล้นทรัพย์โดยการสวมหน้ากากใช้มีด กุญแจมือ และอาวุธปืนสงครามปลอม เข้าปล้นทรัพย์จากผู้เสียหาย อีกทั้งยังใช้รถยนต์ที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมเป็นพาหนะในการก่อเหตุ โดยมีการก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง รวมความเสียหาย 2,108,304 รูเบิลรัสเซีย หรือประมาณ 1,200,000 บาท แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไปยังประเทศเกาหลีใต้ แล้วเดินทางเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค.59 ทางสตม.ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินการส่งกลับประเทศรัสเซียต่อไป ทั้งนี้มีตัวแทนจากสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทยนำช่อดอกไม้มามอบให้กับพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ เพื่อขอบคุณด้วย

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 19 มี.ค.61 บก.ตม.4 โดย กก.บคด.ตม.4 และ ตม.จว.อุดรธานี ร่วมกันจับกุม นายตัน วุน เจ้น อายุ 40 ปี ชาวมาเลเซีย ตามหมายจับศาลมณฑลทหารบกที่ 42 ที่ 1/2559 ลงวันที่ 19 ม.ค.59 ฐานผู้ใช้ จ้างวานให้ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามกฎหมาย

หลังจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.58 บนถนนกาญจนวาณิชย์ แยกคลองปอม หมู่ 8 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถเบนซ์ สีดำ รุ่น S300 ทะเบียน 1ฌ 1 กรุงเทพมหานคร ทำให้นาย ลี อา ฮาน อายุ 44 ปี นักธุรกิจชาวมาเลเซีย เสียชีวิตทันที และนางมยุรี ทิพย์มณี อายุ 42 ปี ที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บ ชุดคลี่คลายคดี ได้จับกุม นายอภิชน แซ่โล้ว ต้องสงสัยว่าเป็นผู้วางแผนและจัดทีมในการก่อเหตุ ต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีก 3 ราย คือ นายเอกพล อินทร์แก้ว มือลั่นไก นายยุทธศักดิ์ กล้ามาก ทำหน้าที่สำรวจเส้นทาง และน.ส.นงเยาว์ ชำนินวล เดินทางมาพร้อมกับผู้เสียชีวิต จากการสืบทราบว่าสาเหตุการสังหารในครั้งนี้มาจากการฆ่าล้างหนี้