นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะประธานกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จ.ส.ท.) เปิดเผยว่า จ.ส.ท.ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มเติมในช่วงเปิดภาคเรียนของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงินของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้มีเงินทุนหมุนเวียนใช้จ่ายในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2561–31 พฤษภาคม 2561 (กำหนดระยะเวลา 2 เดือน) สำหรับเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท จะคิดอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.25 ต่อเดือน และสำหรับเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท จะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็ให้สถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยเดิมตามนโยบาย “ของขวัญปีใหม่ 2561” ของกระทรวงมหาดไทย นั่นคือ เงินต้นที่ไม่เกิน 5,000 บาท จะคิดอัตราดอกเบี้ย 0.50 บาทต่อเดือน
สำหรับเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท จะคิดอัตราดอกเบี้ย 1 บาทต่อเดือน และสำหรับเงินต้นเกินกว่า 30,000 บาท ที่ปัจจุบันเก็บดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1.50 บาทต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยก็จะลดลงเหลือร้อยละ 1.0 บาทต่อเดือน เท่ากับอัตราดอกเบี้ยของเงินต้นที่เกิน 5,000 บาท โดยตั้งแต่ช่วงปีใหม่จนถึงปัจจุบัน นโยบาย “ของขวัญปีใหม่ 2561” ได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เดือดร้อนด้านการเงิน ทั้งรายเก่า รายใหม่ ที่เข้ามาใช้บริการของสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และได้รับการช่วยเหลือในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้วกว่า 200,000 คน คิดเป็นจำนวนดอกเบี้ยการรับจำนำที่ได้ปรับลดให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 20 ล้านบาท เลยทีเดียว
นายสุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า สถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ มีจุดมุ่งหมายในการให้บริการเงินกู้แก่ประชาชน ให้ประชาชนได้นำเงินไปใช้สอยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า หรือนำไปลงทุนในกิจการขนาดย่อมได้ โดยไม่ต้องไปกู้เงินจากเอกชนซึ่งต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราสูง และเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมในท้องตลาดไม่ให้สูงจนเกินไป ซึ่งแม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถนำเงินผลกำไรจากการดำเนินงานไปทำนุบำรุงและพัฒนาท้องถิ่นได้อีกทางหนี่ง แต่ก็ยังช่วยลดรายจ่ายแก่ผู้ประสบปัญหาด้านการเงินด้วยเช่นกัน สถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคณะกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้บริหารสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะมุ่งมั่นช่วยกันบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นทั้งระบบ เพื่อให้มีต้นทุนด้านการบริหารที่ลดลง สามารถคืนความสุขให้พี่น้องประชาชนได้ตลอดทั้งปีต่อไป


