หน้าแรก ในประเทศ อดีต สปช. ตั้...

อดีต สปช. ตั้งวงถกปฏิรูปการศึกษา ชี้ทำไม่ได้ถ้า ศธ.ไม่อยากปฏิรูป

25.03.18 | 14:19 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เครือข่ายช่วยกันปฏิรูปประเทศไทยทันที (คชปท.) จัดเสวนา เรื่อง “การปฏิรูประบบการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทันที” ร่วมอภิปรายโดย รศ.ประภาภัทร นิยม อดีต สปช. ผู้ก่อตั้ง ร.ร.รุ่งอรุณ อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์, นายมีชัย วีระไวทยะ อดีต สปช. ผู้ก่อตั้งโรงเรียนมีชัยพัฒนา และ ประธานมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ, ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สนช. และกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

ผศ.นพ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ประเทศเรามีความเหลื่อมล้ำมาก ในระบบตลาดเสรี ปัจจัยที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรง ถ้าเราให้เด็กมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เด็กที่การศึกษาน้อยโตขึ้นเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ซึ่งไทยมีมากกว่าร้อยละ 80 เหตุเกิดจากการศึกษาในอดีต กลุ่มนี้จะกลายเป็นผู้สูงอายุที่ไร้ความสามารถในการดูแลตัวเองที่ต้องจัดงบประมาณรองรับ เราพบว่ามีคน 4.3 แสนคนไม่ได้เรียน ทั้งที่มีการศึกษาภาคบังคับ ถ้าคนกลุ่มนี้พัฒนาตนเองจนดูแลชีวิตตัวเองได้ จะคิดเป็นมูลค่า 3.3 แสนล้าน ขณะที่เงินมาช่วยลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา มีเพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์ คือ 3 พันล้านบาท คณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษาเสนอขอให้เพิ่มเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ มาดูแลเด็ก 4 ล้านคน เริ่มตั้งแต่ในครรภ์

รศ.ประภาภัทรกล่าวว่า สปช.ได้เคยมีข้อเสนอเรื่องการทำระบบการเบิกเงินด้านการศึกษาให้ถึงมือผู้ด้อยโอกาสจริงๆ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จากที่เราเริ่มปฏิรูปมานั้นมีความต่อเนื่อง การปฏิรูปด้านการศึกษายังมีคนทำงานไม่หยุด เช่น โครงการประชารัฐที่เริ่มดึงภาคเอกชนเข้าร่วมขับเคลื่อนการศึกษาให้มีคุณภาพ และมีกลุ่มขับเคลื่อนเรื่องทัศนคติคนทั่วไปเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะทัศนคติผู้ปกครอง เช่น สถาบันวิจัยทีดีอาร์ไอ สกว. สถาบันการศึกษาบางแห่ง มูลนิธิสยามกัมมาจล เอสซีจี ประชุมกันเดือนละครั้งหลังสปช.หมดหน้าที่

“กิจกรรมที่จริงจังคือการขับเคลื่อนเรื่องพื้นที่การศึกษาพิเศษ อยู่ในมือคณะกรรมการอิสระ ทำร่าง พ.ร.บ.พื้นที่เขตการศึกษาพิเศษ เพราะเขตพื้นที่การศึกษาเดิมโครงสร้างอยู่ในการบริหารของกระทรงศึกษาธิการที่ต้องเข้าไปปรับทั้งการบริหารบุคคล วิชาการ และงบประมาณ แนวทางที่เสนอกับนายกฯไว้คือให้จังหวัดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น ระยอง เขตที่ต้องการการบริหารจัดการศึกษาที่แตกต่าง เช่น ในที่สูงหรือจังหวัดที่ทำเรื่องสมัชชาการศึกษาชัดเจน จะเกิดตัวอย่างปฏิบัติการในพื้นที่จริง เราต้องเข้าไปทำงานกับจังหวัดเหล่านี้ล่วงหน้า และเชื่อว่าถ้าการศึกษาได้รับการโอบอุ้มจากประชาสังคมที่มีส่วนได้ส่วนเสียจะช่วยได้มาก

“เรากำลังส่งมอบภารกิจการปฏิรูปการศึกษาให้กระทรวงศึกษาธิการ และเห็นว่ากระทรวงศึกษาฯไม่ได้อยากปฏิรูป ยุทธศาสตร์อะไรจะช่วยมากระตุ้นให้เจ้าภาพอยากทำเอง เชื่อว่าเราต้องใช้พลังการพูดคุยและพลังของสื่อให้ทุกแง่มุมของอุปสรรคการปฏิรูปได้ถูกทำความเข้าใจ” รศ.ประภาภัทรกล่าว

Advertisement

นายมีชัยกล่าวว่า การเรียนรู้ต้องสร้างให้เด็กมีทักษะ ตั้งคำถามเป็น ออกไปแล้วอยู่กับชุมชนและตนเอง อย่างมีความสุขมีรายได้ ไม่ใช่ให้ไปเป็นแรงงานในเมือง โดยต้องให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง จากที่ผมทำ ร.ร.มีชัยพัฒนาเด็กจบไป 3 รุ่น ในแนวคิดพับลิกสคูลบริหารโดยเอกชน แต่ทรัพย์สินยังเป็นของรัฐ โดยมีเป้าหมายให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน ที่ผ่านมาท่านนายกฯได้จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่มีด้านการศึกษาด้วย โดยในรัฐธรรมนูญบอกชัด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติก็มีที่เขียนไว้สนับสนุนเรื่องพับลิกสคูลนี้ โดยท่านนายกฯสั่งให้กระทรวงศึกษาธิการผ่อนคลายกฎระเบียบราชการ โดยให้เชื่อมโยงผสานพลังประชารัฐ และมอบให้ผมและท่านเทียนฉาย กีระนันท์ ร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมการบริหารการจัดการสถานศึกษาในรูปแบบพับลิกสคูล

ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล แสดงความเห็นว่า เรื่องการศึกษาจะทำได้ต้องดึงครอบครัวมาเกี่ยวข้อง เพราะคนที่ห่วงใยเด็กที่สุดคือครอบครัว จากโครงสร้างเดิมที่มี วัด บ้าน ชุมชน อย่าไปกลัวว่าครอบครัวจะเอาเงินไปใช้หนี้ จนเกิดการกีดกันพ่อแม่ออกไปเหลือไว้แต่โครงสร้างระบบราชการ ขณะที่เรามีการโกงเงินคนจนกันมากมาย