เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินทดแทน ฉบับ พ.ศ. … ว่า สำหรับการแก้ไข พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ กระทรวงแรงงานได้นำร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน ฉบับ พ.ศ. …เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 23 มีนาคม โดย สนช.ได้รับร่างหลักการวาระที่ 1 มีเสียงเป็นเอกฉันท์ 168 เสียง ไม่มีคนคัดค้าน และงดออกเสียง 2 คน คือ ประธานและรองประธาน สนช. ทั้งนี้ เมื่อ สนช.รับหลักการแล้ว ขั้นต่อไปจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง เพื่อให้สมาชิกแปรญัตติ โดยหลักการหลักอาจจะมีการแก้ไขข้อความเล็กน้อย ส่วนการประกาศใช้นั้น คาดว่าภายในปลายปีนี้ ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์จากการประกาศบังคับใช้ โดย สปส.จะพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.เงินทดแทน ฉบับแก้ไขอย่างเต็มที่ สำหรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ซึ่งลูกจ้างส่วนราชการจะได้รับประโยชน์ อาทิ เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย หรือสูญหาย เดิมนายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิ ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน จากเดิมร้อยละ 60 เพื่อให้ลูกจ้างไม่เกิดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อประสบเหตุ กรณีลูกจ้างที่ทุพพลภาพ เดิมกำหนดจ่ายตามระยะ คือ ไม่น้อยกว่า 15 ปี เป็นจ่ายตลอดชีวิต ซึ่งจะมีผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ ราว 10 ล้านคน
นพ.สุรเดช กล่าวว่า นอกเหนือจากการเพิ่มสิทธิประโยชน์แล้ว ยังจะขยายผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมลูกจ้างส่วนราชการ ทั้งแบบจ้างรายปีและจ้างเหมา ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ โดยเฉพาะลูกจ้างส่วนราชการ เช่น ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร (กทม.) อาทิ คนกวาดถนน คนเก็บขยะ เป็นต้น เมื่อพวกเขาประสบเหตุ ในส่วนการดูแลรักษานั้น กทม.จะเป็นผู้รับชอบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวแล้วเสร็จและประกาศใช้จะทำให้พวกเขาได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ รวมถึงลูกจ้างขององค์กรไม่แสวงผลกำไร หรือเอ็นจีโอก็จะได้รับเงินทดแทนเช่นเดียวกัน ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่กระทบนายจ้าง เพราะยังเก็บเงินสมทบเท่าเดิม ส่วนเงินเพิ่มร้อยละ 3 จะปรับเหลือเพียงร้อยละ 2 เพื่อไม่ให้เป็นภาระของนายจ้างมากไป ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใส คณะกรรมการกองทุนจะต้องมาจากการสรรหาและไม่ให้คนเดิมหมุนเวียนเป็นกรรมอีก

