ตร.ท่องเที่ยวจับแก๊งคอลฯมาเลย์ เครือข่าย”ฉีเคอ”กดเงินโอนไปดูไบ

26.03.18 | 13:17 น.

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิติธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก. สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 สน.บางเขน และสน.พหลโยธิน ร่วมแถลงข่าวจับกุมแก๊งคอลเซนเตอร์ เครือข่าย นายฉีเคอ ตั้งฐานที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกทลายไปก่อนหน้านี้ โดยจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม รวม 4 คน ประกอบด้วย นาย ลิง โฮ ชุน อายุ 33 ปี นาย คอ โก ฟอง อายุ 31 ปี นาย อง ตัน กวน อายุ 29 ปี และนาย คอ คีน ฮัว อายุ 28 ปี เป็นชาวมาเลเซียและทำหน้าที่กดเงินทั้งหมด พร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็มธนาคารต่างๆ 10 ใบ สร้างความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า มีผู้เสียหาย 3 ราย เข้าร้องทุกข์ที่ศูนย์ปฎิบัติการ ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ฉปทน.ตร.) ที่ตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าถูกแก๊งคอลเซนเตอร์โทรศัพท์หลอกลวงทรัพย์สิน 2 รายเหตุเกิด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม เสียหาย 1.3ล้านบาท และ 161,000 บาท ในพื้นที่ สน.พหลโยธิน และ สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ อีกรายเหตุเกิดวันที่ 22 มีนาคม เสียหาย 477,050 บาท พื้นที่ สน.บางเขน กระทั่งสืบทราบว่า แก๊งคอลเซนเตอร์ดังกล่าว เป็นเครือข่าย นายฉีเคอ โดยให้ผู้ต้องหาทำหน้าที่ตระเวณนำ บัตรกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็ม หลายแห่ง อาทิ ย่านศูนย์วัฒนธรรมรัชดา ห้วยขวาง สุขุมวิท จ.สงขลา และจ.นครศรีธรรมราช เมื่อกดเงินสดออกมาจะโอนกลับไปที่ เมืองดูไบ ทันที

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า พฤติกรรมของแก๊งคอลเซนเตอร์ จะเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่หลอกลวงอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ ให้โอนเงินให้ แต่ปัจจุบันจะใช้การ ขอรหัส โอพีดี ส่วนบุคคลนำเลขรหัสไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อกดเงินสดออกมา โดยจะให้คนไทยเปิดบัญชี และให้ชาวมาเลเซีย เป็นคนตระเวนกดเงิน เครือข่ายดังกล่าว มีหมายจับ รวม 427 หมาย มีการจับกุมดำเนินคดีและส่งกลับประเทศไปบางส่วน ทำให้เหลือเพียง 84 หมาย ขณะนี้สถิติการร้องเรียนไม่พบแล้ว ผ่าน ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์(ฉปทน.ตร.) ต่างจากก่อนหน้านี้ที่มีการร้องเรียนถึงวันละไม่ต่ำกว่า 5 ราย โดยภายในสัปดาห์นี้จะประสานไปยัง ปปง. และศาล เพื่อดำเนินการคืนเงินให้กับเหยื่อรายต่างๆ ที่มีปัญหาสะสมมานานกว่า 10 ปี เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” “มีและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์บุคคลอื่น” และ”มีส่วนร่วมในการสนับสนุนอาชญากรรมข้ามชาติ” นำตัวดำเนินคดีต่อไป