เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้ต้องหาลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายเปรมชัย เพิ่มอีก 1 ข้อหา ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.กรมศุลกากร ปี 2535 เนื่องจากไม่พบประวัตินำเข้างาช้างแอฟริกา ซึ่งกรมศุลกากรได้ส่งผลการตรวจสอบมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยงาช้างมีมูลค่าทั้งสิ้น 4 ล้านบาท ส่วนกรณีการเรียกค่าเสียหายนายเปรมชัย เกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่าฐานทำลายระบบนิเวศนั้น ล่าสุดกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทำการเรียกค่าเสียหายเกือบ 13 ล้านบาท แต่จะแบ่งเป็นค่าเสียหายอะไรบ้างนั้น เป็นข้อมูลสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว
กรณีทางอัยการภาค 7 ตีกลับสำนวนกลับมาให้ตำรวจทำการสอบสวนเพิ่มเติมรอบที่ 2 นั้น รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่อัยการมีประเด็นสงสัยก็จะให้ทำการสอบสวนให้เกิดความชัดเจน หรือสิ้นข้อสงสัย อีกทั้งทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพิ่งส่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือ ดีเอ็นเอสัตว์ป่าในถุงขยะที่พบในจุดตั้งแคมป์ของนายเปรมชัย มาให้พนักงานสอบสวน จึงต้องสรุปสำนวนส่งให้อัยการเพิ่มเติม
พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจในการทำคดีนี้นั้น เจ้าหน้าที่ดำเนินการทุกอย่างตามพยานหลักฐานและขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งอยากเตือนบุคคลตั้งข้อสงสัยการทำงานของตำรวจ ว่าการตั้งข้อสงสัยก็ควรให้อยู่ในขอบเขต มิฉะนั้นอาจจะถูกฟ้องกลับได้ และคิดว่าคนที่ตั้งสงสัยคงว่างงาน จึงมีเวลามาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว

