‘หมอประเสริฐ’ แนะ 4 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีน ‘พิษสุนัขบ้า’ล่วงหน้าได้

26.03.18 | 16:16 น.

กรมควบคุมโรค แนะ 4 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าล่วงหน้าได้  แต่หากถูกกัดก็ต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำด่วน ด้าน อย.แจงภาพแชร์ในโซเชียลฯกรณีวัคซีนไม่ผ่านมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม  ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา และที่ปรึกษากรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ว่า  การฉีดวัคซีนแบบก่อนสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้านั้น เป็นวัคซีนชนิดเดียวกับวัคซีนที่ฉีดหลังสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันโรคในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ 1. คนที่ทำงานคลุกคลี สัมผัสดูแล รักษาสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตลอดเวลา อาทิ สัตว์แพทย์และผู้ช่วยในคลินิกรักษาสัตว์  อาสาสมัครปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านที่ช่วยฉีดวัคซีนในสัตว์ เป็นต้น 2. ผู้ที่มีอาชีพเพาะเลี้ยง หรือเพาะพันธุ์สัตว์ จำพวก สุนัข แมว และสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่เลี้ยงลูกด้วยนม 3. ผู้ที่มีอาชีพหาของป่าที่อาจมีอันตรายจากสัตว์ป่ากัด และ        4.นักทัศนาจรที่เดินทางจากเขตปลอดโรคแล้วเดินทางเข้าไปในพื้นที่ระบาดหรือโรคชุกชุม

“การฉีดวัคซีนป้องกันแบบก่อนสัมผัสโรคนั้นจะฉีดทั้งหมด 3 เข็มในระยะห่างตามที่กำหนด และถ้าหากมีการสัมผัสโรคหลังจากฉีดวัคซีน ก็จะต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกเพียง 1 หรือ 2 เข็ม โดยไม่ต้องฉีดเซรุ่มที่เรียกว่า            อิมมูโนโกลบูลิน การฉีดวัคซีนป้องกันแบบก่อนสัมผัสโรค หรือ แบบล่วงหน้านั้น จึงเป็นการฉีดวัคซีนทางเลือกที่ผู้รับบริการฉีดวัคซีนต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง โดยต้องปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเป็นรายๆ ไป” ผู้เชี่ยวชาญฯ กล่าว

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ ประชาชนต่างให้ความสนใจในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบก่อนสัมผัสโรคจำนวนมาก ซึ่งบ่งชี้ว่าประชาชนให้ความตระหนักในการป้องกันโรคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอให้ข้อมูลว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับหรือไม่ได้รับวัคซีนป้องกันก่อนสัมผัสโรค ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน และหากถูกสุนัข แมวกัดหรือข่วน และมีแผลแม้เพียงเล็กน้อย ต้องล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 10 นาที และใส่ยาโพวิโดนไอโอดีน (เบตาดีน)    หลังล้างแผล เพื่อลดปริมาณเชื้อที่จะเข้าสู่ร่างกาย จากนั้นรีบไป พบแพทย์ทันที เพื่อพิจารณาเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งหากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ควรไปรับวัคซีนตามนัดทุกครั้ง

“ กรมควบคุมโรค      ได้จัดพิมพ์เอกสารคำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนแบบหลังสัมผัสโรคฉบับมาตรฐานแจกจ่ายไปยังสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศแล้ว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ประชาชนผู้มีประวัติเคยถูกกัด ข่วน ในช่วง 1-2 เดือน แต่ไม่ได้เข้าไปฉีดวัคซีน ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษารับการฉีดวัคซีนภายหลังสัมผัสโรค หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

Advertisement

วันเดียวกัน  นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์  รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีมีการแชร์ข้อมูลในสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นเอกสารทางการของทางสำนักยา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ระบุเตือนภัยเร่งด่วนปัญหาคุณภาพผลิตภัณฑ์ยา ซึ่งในโซเชียลฯ ระบุว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนมาว่าไม่มีคุณภาพ ว่า   เอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 ที่ อย. มีการส่งหนังสือถึง กรมปศุสัตว์ เพื่อแจ้งผลการตรวจประสิทธิภาพของวัคซีนที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ก่อนที่จะมีการถอดวัคซีนยี่ห้อดังกล่าวออกจากทะเบียนยาในเดือนมิถุนายน 2560

“ส่วนกรณีที่มีการระบุว่ามีการนำวัคซีนยี่ห้อที่ถูกถอดทะเบียนออกแล้วนั้นไปแจกจ่ายในกับประชาชนในพื้นที่ ลำลูกกา จ.ปทุมธานีนั้น หากมีการนำมาแจกจริง  และพบว่าเป็นวัคซีนยี่ห้อดังกล่าว ก็ขอให้นำวัคซีนนั้นไปแจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ได้เลย เพื่อที่จะได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการดำเนินคดีและตรวจสอบแหล่งที่มาของวัคซีน นอกจากนี้ อย.จะให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทำการตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย” นพ.สุรโชค กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่ามีการสั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประเด็นต่างๆ รวมทั้งการจัดหาวัคซีนของกรมปศุสัตว์ ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้มีการเรียกทางอย.ไปให้ข้อมูลหรือไม่ นพ.สุรโชค กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อมา แต่หากกรมปศุสัตว์ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากอย. ทางอย.ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ