เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายปีร์กะ ตาปีโอละ (Mr.Pirkka Tapiola) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ และหารือกรอบความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป ที่กระทรวงแรงงาน
พล.ต.อดุลย์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวตั้งแต่การบูรณาการเพื่อพิสูจน์สัญ ชาติ ซึ่งปัจจุบันแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 3.8 ล้านคน เป็นแรงงานที่เข้ามาอย่างถูกต้องด้วยระบบเอ็มโอยู (MOU) ประมาณ 2 ล้านคน และเข้ามาอย่างไม่ถูกต้องประมาณ 1.8 ล้านคน ขณะนี้ยังมีแรงงานต่างด้าวที่รอเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติอีกประมาณ 7 แสนคน ซึ่งประเทศต้นทางได้จัดเจ้าหน้าที่มาทำการพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ส่วนการสแกนม่านตาเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคลแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล แปรรูปสัตว์น้ำ และที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 160,000 คน ขณะนี้ยังเหลืออีกประมาณ 2,600 คน จะดำเนินการแล้วเสร็จทันวันที่ 31 มีนาคมนี้ ส่วนการจัดทำทะเบียนประวัติ ณ ศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (OSS)ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 จากแรงงานต่างด้าวทั้งหมด 1.6 ล้านคน ขณะนี้ยังเหลือแรงงานต่างด้าวอีกประมาณ 8 แสนคนที่จะต้องมาดำเนินการ ได้เพิ่มช่องทางโดยเปิดศูนย์รับรายงานตัวแรงงานต่างด้าวออนไลน์เพื่อให้แรงงานต่างด้าวได้รายงานตัวทันตามกำหนด และเข้าสู่ระบบการคุ้มครองตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสำคัญกับหลักสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคเท่าเทียม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งได้ทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างมีเอกภาพ โดยนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้ให้ความสำคัญ
ในเรื่องนี้มากและได้ลงมากำกับและขับเคลื่อนด้วยตนเอง
“จากการหารือในครั้งนี้ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
ได้กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทย โดยเฉพาะการออกพระราชกำหนดฉบับใหม่ในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว รวมทั้งการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมสิทธิของแรงงานต่างด้าวตามกฎหมาย และจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป รวมทั้งยินดีที่จะจัดทำโครงการร่วมกันกับกระทรวงแรงงานในอนาคตอีกด้วย” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

