เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษก ตร. แถลงมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การให้บริการและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการเดินทางของประชาชน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2561 ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยปฎิบัติทั่วประเทศกำชับมาตรการด้านการอำนวยความสะดวกการในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ การให้บริการประชาชน มาตรการความปลอดภัย ตลอดจนมาตรการด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เริ่มดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกในการกวดขันมาตรการต่างๆ โดยจะยกระดับการปฏิบัติงานเข้มข้นตามลำดับ กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดกฎจราจรในข้อหาที่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการเกิดอุบัติเหตุ ใช้มาตรการ “1ร 2ส 3ข 4ม” ประกอบด้วย 1ร คือห้ามขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด 2ส คือห้ามขับรถย้อนศร และฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 3ข คือห้ามขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่ และ แซงในที่คับขัน และ 4ม คือห้ามเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย รถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) ไม่ปลอดภัย และไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนมาตรการเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมและโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. จะมีการระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรม และประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนฝากบ้านกับตำรวจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน นอกจากนี้ยังมีมาตรการดูแลความปลอดภัย มาตรการควบคุมการจำหน่ายสุรา ทุกมาตรการคาดหวังให้ยอดอุบัติเหตุ เสียชีวิต ลดลงให้น้อยที่สุด พร้อมกันนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการเปิดจุดเพื่อให้บริการพักรถกับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา บริการห้องน้ำ บริการน้ำดื่ม ตามจุดต่างๆ ด้วย
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้อุปกรณ์เล่นน้ำในลักษณะอันตราย ไม่แต่งกายล่อแหลม พร้อมรณรงค์ให้ใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองหรือผ้าลายดอก เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีไทย พร้อมกับเตือนไปยังผู้ที่มีพฤติกรรมชอบลวนลาม กระทำการลามกอนาจารจะมีโทษทั้งจับ ทั้งปรับ ส่วนการนั่งท้ายกระบะเล่นน้ำสงกรานต์จะมีการพิจารณาและกำหนดเป็นโซนๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการนั่งท้ายรถกระบะกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัดว่า มอบให้เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงาน คอยตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ถ้ากรณีไหนเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงก็ต้องมีการตักเตือน แต่หากพบว่ามีประชาชนนั่งท้ายกระบะแล้วมีการดื่มสุรา หรือหย่อนขาขณะรถวิ่ง กรณีนี้ต้องมีความผิดแน่นอน อย่ากระทำเด็ดขาด เพราะเป็นอันตราย

