เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์นำเที่ยว 2 ชั้น ของบริษัท กันเอง ทัวร์ ประสบอุบัติเหตุเบรกแตกก่อนเสียหลักแหกโค้ง เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย เหตุเกิดบนถนนทางหลวงหมายเลข 304 วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ว่า ในกรณีดังกล่าวถือเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงและน่าเศร้าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากการดำเนินคดีกับคนขับรถแล้ว พนักงานสอบสวนยังได้พิจารณาการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ (เจ้าของรถทัวร์) คันที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 40 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ใช้หรือยินยอมให้ผู้ใดปฏิบัติหน้าที่ขับรถที่ใช้ในการขนส่ง หากปรากฏว่าขณะใช้หรือยินยอมให้ปฏิบัติหน้าที่ขับรถ ผู้นั้นมีอาการ หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ เมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันอุบัติเหตุกับรถทัวร์และรถโดยสารสาธารณะนั้น ตำรวจจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนผู้ประกอบการ ตรวจสอบสภาพรถ ตลอดจนคนขับรถ โดยจะมีการขอตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด หรือตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ก่อนการขับขี่หรือระหว่างการเดินทาง เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียที่จะตามมา ส่วนจุดเสี่ยงต่างๆ ได้มีการสำรวจและวางมาตรการป้องกันแล้ว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้จะดำเนินการอย่างเข้มงวด

