เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่สืบสวน สน.พหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมหลักฐานเป็นข้อความที่แชตผ่านไลน์ ซึ่งระบุถึงคำสั่งของสารวัตรสืบสวน สน.พหลโยธิน 2 นาย ที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน โดยมี พ.ต.ท.งามพล บุญลิ่มเต็ง ผอ.กองบริหารคดี ป.ป.ท.มารับเรื่องเพื่อเสนอให้ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน
จ.ส.ต.เลอศักดิ์กล่าวว่า ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านความมั่นคงเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม -มิถุนายน 2560 แต่เงินตกเบิกเพิ่งเข้าบัญชีเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยก่อนที่เงินจะเข้าบัญชี มีคำสั่งจากสารวัตรสืบสวนทั้ง 2 นาย สั่งตำรวจแต่ละคนที่ได้รับเบี้ยเลี้ยงให้ถอนเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรง เฉลี่ยรายละ 2,000-4,000 บาท รวมเป็นเงิน 25,000 บาท เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน ตนและเพื่อนไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากการจัดซื้อเครื่องปรับอากาศควรใช้งบประมาณของราชการไม่ใช่เงินส่วนตัว จึงตัดสินใจรวบรวมพยานหลักฐานคำสั่งของสารวัตรสืบสวน ภาพการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ มาร้องเรียน ป.ป.ท.เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ทั้งนี้ ยังร้องขอให้มีการโยกย้ายสารวัตรสืบสวนทั้ง 2 นายออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้งระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
ด้าน พ.ต.ท.งามพลกล่าวว่า หลังรับคำร้อง ป.ป.ท.จะตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมส่งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตรวจสอบคู่ขนาน ก่อนมีการพิจารณานำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท.ต่อไป
ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จ.ส.ต.เลอศักดิ์ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.น. (รับผิดชอบงานจเรตำรวจ) กรณีสว.สส.สน.พหลโยธิน 2 นาย ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ โดยมีคำสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน หลังจากเมื่อช่วงเช้าวันนี้ได้เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสืบสวนสอบสวน คณะกรรมการป้องปันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. มาแล้ว
จ.ส.ต.เลอศักดิ์ กล่าวว่า ต้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง เรียกตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน สน.พหลโยธิน มาให้ข้อมูลเพื่อพิจารณาพฤติกรรมของสารวัตรทั้ง 2 นาย พร้อมขอให้ใช้อำนาจทางปกครองเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ สน.พหลโยธิน รวมทั้งยืนยันว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชา 11 นาย ยินดีให้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนการไปร้องเรียนป.ป.ท.นั้นเพราะเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนตนพร้อมรับกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
ด้าน พล.ต.ต.พุทธิชาต กล่าวว่า ได้รับเรื่องไว้พิจารณาว่าจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกำลังตัดสินใจว่าจะให้ระดับกองบังคับการตำรวจนครบาล2(บก.น.2) หรือ ระดับ บช.น. เป็นผู้ดำเนินการ ตอนนี้เป็นการฟังข้อมูลจากฝั่งเดียว ต้องฟังหลายๆฝ่าย เพราะพยานมีหลายปาก ทั้งนี้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ ไม่มีข้อเรียกร้องขอย้ายออกนอกพื้นที่ ตนก็ถามแล้วว่าอยู่ได้หรือไม่ เขาบอกว่าอยู่ได้ ส่วนการจะย้ายสารวัตรสืบสวน 2 คนออกนอกพื้นที่ได้ก็ต้องรอผลการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่ามีมูลหรือไม่ หากพบว่ามีความผิด ต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงต่อไป

