หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดำเนินนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิ์ทุกที่” (Universal Coverage for Emergency Patients: UCEP) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งวันที่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นมา ถือเป็นครั้งแรกที่คนไทยทุกสิทธิ์การรักษา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ประกันสังคม และอื่นๆ สามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินที่มีมาตรฐานในโรงพยาบาลของรัฐทุกสังกัด และโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ใกล้ที่สุดหรือไปถึงเร็วที่สุด โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นจะได้รับการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัด หรือโรงพยาบาลที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดความพิการ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ให้ข้อมูลว่า โครงการนี้ดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 ถึงวันที่ 23 มีนาคม 2561 มีผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้าเกณฑ์ 15,459 ราย จากจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งสิ้น 59,445 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.01 จ่ายชดเชยแก่โรงพยาบาลที่ให้การรักษาผู้ป่วยเหล่านั้นแล้วกว่า 80 ล้านบาท

สำหรับอาการฉุกเฉินวิกฤตที่ต้องพบแพทย์หรือนักเวชปฏิบัติฉุกเฉินทันที ได้แก่ 1.หัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจ ไม่ตอบสนองต่อการเรียกหรือกระตุ้น ไม่มีชีพจร จำเป็นต้องได้รับการกู้ชีพทันที 2.การรับรู้ สติเปลี่ยนไป บอกเวลา สถานที่ คนที่คุ้นเคยผิดอย่างเฉียบพลัน 3.ระบบหายใจ ไม่สามารถหายใจได้ปกติ หายใจเร็ว แรง และลึก หายใจมีเสียงดังผิดปกติ พูดได้แค่สั้นๆ หรือร้องไม่ออก ออกเสียงไม่ได้ สำลักอุดทางเดินหายใจกับมีอาการเขียวคล้ำ 4.ระบบไหลเวียนเลือดวิกฤตอย่างน้อย 2 ข้อ คือ ตัวเย็นและซีด เหงื่อแตกจนท่วมตัว หมดสติชั่ววูบ หรือวูบเมื่อลุกยืนขึ้น 5.อวัยวะฉีกขาด เสียเลือดมาก เสี่ยงต่อการพิการ และ 6.อาการอื่นๆ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อชีวิตสูง เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงทันทีทันใด หรือกำลังชักขณะแรกรับที่จุดคัดแยก
ทั้งนี้ ได้มีการติดตามประเมินผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ อีกทั้งเพิ่มคุณภาพและขยายขอบเขตบริการไปยังพื้นที่ที่มีความยากลำบากเมื่อเกิดวิกฤต เช่น หมู่เกาะหรือพื้นที่ห่างไกล เน้นมาตรการป้องกันควบคู่ โดยเฉพาะการประสานบูรณาการเพื่อลดอุบัติเหตุ ลดการจมน้ำ หรือการให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านอาสาสมัครและบุคลากรสาธารณสุข รวมถึงการรณรงค์ผ่านสื่อและแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองและช่วยเหลือผู้อื่นในเบื้องต้นได้เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพ
‘ปัญหาสุขภาพ’ นั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางครั้งอาจเกิดในช่วงที่ไม่ทันได้ตั้งตัว โดยเฉพาะยิ่งใกล้ถึงวันหยุดยาวช่วง ‘เทศกาลสงกรานต์’ หากโชคร้ายไปเกิดเหตุระหว่างเดินทางท่องเที่ยวจะทำอย่างไร แต่วันนี้ เรามีสิทธิ์ตามนโยบาย ‘เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิ์ทุกที่’ แล้ว
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สิทธิเหล่านี้ ติดต่อที่ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต โทร.0 2872 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

