เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่การวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่ารับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชื่อดังแล้วมีอาการใจ สั่น นอนไม่หลบ แน่นหน้าอก ชาตามปลายมือ ปลายเท้า จนต้องเข้ารพ. และต่อมามีการแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชื่อดังยี่ห้อดังกล่าวมีการลอบใส่สารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารต้องห้ามมีปลอมปนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ว่า การตรวจวิเคราะห์สารที่อยู่ในผลิตภัณ์ฑเสริมอาหารนั้นจะมี 2 รูปแบบ คือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด และอีกแบบคือ ที่ประชาชนส่งเข้ามาให้ตรวจ ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อดังที่มีการพูดถึงนั้นมีประชาชนส่งเข้ามาตรวจเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ผลก็พบว่ามีการปลอมปนของไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารต้องห้าม เพราะเป็นยาแผนปัจจุบัน ที่มีผลข้างเคียงอันตราย ที่กลัว คือทำให้หัวใจวาย เสียชีวิตได้
นพ.สุขุม กล่าวต่อว่า ปกติกรมฯ มีหน้าที่ในการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้เป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อป้องกันการลักลอบใส่สารปลอมปน ซึ่งต้องระวังมีอยู่ 6 กลุ่มคือ 1. ยารักษาโรคสมรรถภาพทางเพศ 2. ยาลดความอ้วน 3. ยาลดความอยากอาหาร 4. ยาระบายสมัยใหม่ 5. กลุ่มยาสเตียรอยด์ และ 6. ยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งจากการตรวจสอบกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีการปลอมปนสารเหล่านี้มาตลอด เช่น ยาลดน้ำหนักมีการปลอมปนร้อยละ 13 ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ห้ามใส่ยาแผนปัจจุบัน หากลักลอบใส่จะมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นพ.สุขุม กล่าวต่อว่า การลดน้ำหนักเป็นสิ่งสำคัญเพราะคนไทยมีปัญหาเรื่องการอ้วน ลงพุง แต่วิธีการที่ดีที่สุด คือ การควบคุมอาหาร ปริมาณที่รับประทานเข้าไปอย่าให้เกินที่ร่างกายต้องการ หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน พยายามออกกำลังกายอย่างน้อยวันละประมาณ 45 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก ส่วนเรื่องการใช้ยา หรือการทานอาหารเสริม หากจำเป็นจริงๆ หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องลดน้ำหนักก็ขอให้พบแพทย์เพื่อให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ซึ่งจะมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องการควบคุมน้ำหนักอยู่ มีการควบคุมอาหารที่รับประทานเข้าไป ควบคุมเรื่องการให้ยา ซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะยาแต่ละตัวเหมาะสมกับคนแตกต่างกัน
แหล่งข่าวในแวดวงสาธารณสุข ระบุว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ตรวจพบไซบูทรามีนนั้น เป็นผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ง่าย โดยลักษณะผลิตภัณฑ์เป็นแคปซูลสีน้ำเงินบรรจุในแผงอลูมิเนียมแบบบิสเตอร์ และบรรจุในกล่องกระดาษสีขาว-น้ำเงิน มีส่วนประกอบสำคัญ อาทิ สารสสกัดจากส้มแขก สารสกัดจากโกจิเบอรี่ สารสกัดจากพริก สารสกัดจากชาเขียว ถั่วขาว และโคเมี่ยมอะมิโน เอซิค คีเลต เป็นต้น

