‘เจ๊เกียว’พยานหวย 30 ล.ครูปรีชา จวกนักเลงคีย์บอร์ดโพสต์ด่า เตือนถ้าไม่หยุดลุยฟ้องแน่

29.03.18 | 17:44 น.

เมื่อวันที่  29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนางปณัญชยา สุขพูล หรือเจ๊เกียว แม่ค้าลอตเตอรี่รายใหญ่ และเป็น 1 ในพยานของนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ในคดีหวย 30 ล้านบาทอลเวง ที่ตั้งแผงขายลอตเตอรี่อยู่ที่ใต้ต้นไทร วัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระอารามหลวง หรือวัดใต้ ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยพบว่าเจ๊เกียวกำลังขายลอตเตอรี่ให้กับลูกค้าที่มาช่วยกันอุดหนุนเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงกรณีนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือแผน ซึ่งเป็นพยานในคดีหวย 30 ล้านบาทอลเวง ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) นั้น ตนก็เห็นด้วย ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้มีเรื่องอะไรต่อไป อยากให้เรื่องมันจบ แต่ที่ นายแผนทำไปก็เพราะต้องการกันตัวเอง ประกอบกับความโมโห จึงต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรมเท่านั้น ที่ผ่านมาตนได้พูดคุยกับ นายแผนผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งการที่นายแผนถอนแจ้งความนายตำรวจถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะตนก็ไม่ต้องการให้เอาเรื่องกลับ แต่ที่ นายแผนทำไปก็เพราะเขามองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งก็เป็นสิทธิที่เขาสามารถทำได้ โดยส่วนตัวก็ไม่ได้ส่งเสริมให้นายแผน ไปทำเช่นนั้น ทั้งนี้ เชื่อว่าคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละชุดก็คงจะต้องลำบากใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งตนเคยบอกไว้แล้วว่าจะไม่พาดพิงบุคคลใด แท้ที่จริงเรื่องนี้ไม่น่าที่จะต้องมาเดือดร้อนกันถึงขนาดนี้ เพราะลำพังเพียงแค่ครูปรีชา กับลุงจรูญ ก็น่าจะตกลงกันได้ แต่ที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะคนสองคนตกลงกันไม่ได้ แต่ตนขอยืนยันว่าพยานทุกคนมีใจที่บริสุทธิ์และเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ซึ่งไม่ได้เป็นขบวนการ

นางปณัญชยากล่าวอีกว่า หลายคนมองว่า ตนออกตัวแรง จึงขอชี้แจงว่า ตนเป็นคนพูดตามความจริงและเป็นคนพูดตรงๆ อีกทั้งยังเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย และไม่ใช่เข้ามาเป็นขบวนการหรือผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่ความคิดของคนไม่สามารถห้ามได้ ซึ่งศาลเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินตน เจ๊บ้าบิ่น และเจ๊พัช ยืนยันที่จะไม่ถอนตัวจากการเป็นพยานให้กับครูปรีชาอย่างแน่นอน เพราะว่าเราพูดไปตามความจริง เห็นอย่างไร ได้ยินมาอย่างไร เราก็พูดไปตามความเป็นจริง ซึ่งทุกอย่างจะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เท่านั้น กรณีที่ขณะนี้คดีของเจ๊บ้าบิ่น กำลังเข้าสู่ชั้นอัยการ ในคดีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความส่วนตัวของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล แจ้งความคดีเรื่องขยายสลากเกินราคา นั้น ในเรื่องการขายสลากฯ เกินราคา เจ๊บ้าบิ่นได้ไปเสียค่าปรับมาแล้วในช่วงที่ ตร.ภาค 7 ทำคดี ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเจ๊บ้าบิ่นว่า ขายสลากเกินราคา โดยเจ๊บ้าบิ่นก็ยอมรับว่า ขายสลากเกินราคาให้ครูปรีชาจริง ซึ่งที่ผ่านมาก็ถูกจับเรื่องขายสลากเกินราคามาเกือบตลอดทั้งปี เพราะหวยชุดต้องขายเกินราคาอยู่แล้ว ซึ่งก็ยอมรับว่าตนก็ทำผิด และแม่ค้าทุกคนก็ยอมรับในเรื่องนี้


ต่อข้อถามว่า กรณีที่ เจ๊บ้าบิ่น ถูกจับเรื่องขายสลากเกินราคา แล้วเสียค่าปรับที่ ตร.ภาค 7 เป็นคดีเดียวกันกับที่ ทนายษิทรา แจ้งความดำเนินคดีกับเจ๊บ้าบิ่น ว่า ขายสลากเกินราคาหรือไม่ เจ๊เกียวตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน การที่เจ๊บ้าบิ่นถูกจับกุมเป็นเพราะขายสลาก ให้กับครูปรีชาเกินราคา ไม่ได้เกี่ยวกับทนายษิทรา หรือ ร.ต.ท.จรูญ เลย เพราะเราไม่ได้ขายหวยให้เขา จึงไม่ทราบว่าทนายษิทรา คิดอย่างไรจึงไปแจ้งความ
ตนทราบมาว่า เจ๊บ้าบิ่นจะดำเนินการแจ้งความกลับ เพราะทางฝ่ายนั้นไปแจ้งความอันเป็นเท็จ ซึ่งทุกคนทราบดีว่า ร.ต.ท.จรูญ บอกว่าจำไม่ได้ว่าเขาไปซื้อลอตเตอรี่มาจากแม่ค้าคนไหน ดังนั้น เขาจะไปแจ้งความเจ๊บ้าบิ่นได้อย่างไร

นางปณัญชยากล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่อ้างตัวเองว่าเป็นคนมีการศึกษา แต่กลับมาด่าคนนั้นคนนี้ในโซเชียลหรือเฟซบุ๊ก ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักเขาดีพอเลย เรื่องนี้ตนไม่พอใจอย่างมาก ดังนั้น หากเสร็จสิ้นคดีความ ตนจะเอาคืนอย่างแน่นอน โดยจะฟ้องทุกคนที่ด่าว่าแม่ค้าลอตเตอรี่ นอกจากนี้ บางสื่อยังมีการนำภาพไปตัดต่อก็มี ซึ่งตนได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บข้อมูลและรวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ตนให้โอกาสกลับตัว

Advertisement

“จริงๆ แล้ว ตนไม่ใช่คนใจร้าย แต่คุณทำกับพวกเราเกินไป และหากพวกคุณยังเหยียบย่ำเราอยู่เช่นนี้ เราเอาคืนแน่” เจ๊เกียวกล่าว