เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขดำที่ 1827/2552 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 3 และธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชยการ จำกัด (มหาชน) (บีบีซี) เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี (เสียชีวิตแล้ว) กับพวกรวม 31 คน ในความผิดฐานยักยอก, พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาตรา 307, 308, 311 ประกอบมาตรา 315
โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาแก้ให้จำคุกนายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุกนายวันชัย ธรรมธิติวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารเงินและวิเทศทนกิจ และอดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี จำเลยที่ 3 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุกนายพลพจน์ ตินมุสิก จำเลยที่ 9 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุกนายสุนทร เรืองจรัสเสถียร จำเลยที่ 10 เป็นเวลา 5 ปี, จำคุกนายไพโรจน์ ซึ่งศิลป์ อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทอเมริกันแสตนดาร์ด จำเลยที่ 12 เป็นเวลา 15 ปี, จำคุก ม.ร.ว.ดำรงเดช ดิสกุล อดีตผู้บริหารอาวุโส สำนักบริหารเงินและวิเทศกิจบีบีซี จำเลยที่ 16 เป็นเวลา 2 ปี 16 เดือน, จำคุก น.ส.จันทนา สุขุมานนท์ ที่ปรึกษา ปูนอินทรี-บริษัท ปูนซิเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 18 เป็นเวลา 2 ปี 16 เดือน, จำคุกนายฉัตรชัย บุญรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 28 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุก นายยุทธฉัตร บุญรัตน์ จำเลยที่ 29 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุกนายดิเรก ศรีพิพัฒน์ จำเลยที่ 31 เป็นเวลา 20 ปี
พิพากษาคงจำคุกนายศักรพันธ์ เอี่ยมเอกดุลย์ จำเลยที่ 19 เป็นเวลา 2 ปี 16 เดือน ซึ่งจำเลยผู้ที่ถูกหมายขังทั้ง11คนดังกล่าวได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา ส่วนนายเกริกเกียรติ เสียชีวิตศาลจึงได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวมีความยาวกว่า500หน้า โดยมีการนัดอ่านคำพิพากษาตั้งเเต่ช่วงเช้าของวันที่ 28มีนาคม เเละอ่านเสร็จในช่วงเย็น

